สวนเงินไร่ทอง 
 
โรคเปลือกเน่า (Mouldy rot)
รักบ้านเกิดทีม 28 สิงหาคม 2551
เป็นโรคที่ปรากฎบนหน้ากรีดในสวนยางที่มีสภาพอากาศชุ่มชื้นอยู่ตลดเวลา หรือในสวนที่มีลักษณะทึบ โรคนี้ระบาดรุนแรงในบางพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ จังหวัดชุมพร
แชร์
2,883
เชื้อสาเหตุ : เชื้อรา Ceratocystis fimbriata


ลักษณะอาการของโรค :

- ในระยะแรกจะเห็นเป็นรอยบุ๋ม และมีสีจางบนเปลือกงอกใหม่เหนือรอยกรีด ซึ่งเป็นลักษณะอาการที่คล้ายคลึงกับอาการระยะแรกของโรคเส้นดำ

- ในระยะต่อมารอยแผลของโรคเปลือกเน่าจะมีเส้นใยของเชื้อราสีเทาขึ้นปกคลุมจนเห็นได้ชัด เมื่ออาการของโรครุนแรงขึ้นและสภาพแวดล้อมเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อรา จะสังเกตเห็นเชื้อราเจริญและขยายลุกลามออกไปจนเห็นเส้นใยของเชื้อราเกิดขึ้นเป็นแถบขนานไปกับรอยกรีด ซึ่งเปลือกบริเวณดังกล่าวนี้จะเน่าหลุดเป็นแอ่งเหลือแต่เนื้อไม้สีดำในที่สุด

- เมื่อเฉือนเปลือกบริเวณข้างเคียงรอยแผลออกดูจะไม่พบอาการเน่าลุกลามออกไปแต่อย่างใด


สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเกิดโรค : บริเวณที่สภาพอากาศมีความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา

การแพร่ระบาด :เชื้อนี้สามารถแพร่กระจายไปยังต้นข้างเคียงได้โดยอาศัยลม แมลง เป็นพาหะ

การป้องกันกำจัด :

1. ไม่ควรปลูกพืชอาศัยของโรคเป็นพืชร่วมหรือพืชแซม

2. เนื่องจากโรคนี้มักเกิดในแหล่งปลูกยางที่มีความชื้นสูงมาก ๆ ฉะนั้นในแปลงยางจึงควรมีการตัดแต่งกิ่งและกำจัดวัชพืชในสวนยางอยู่เป็นประจำ เพื่อให้สวนยางโปร่งมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ความชื้นในแปลงยางจะได้ลดลง

3. ถ้าปรากฏว่าต้นยางเป็นโรคเปลือกเน่า ควรหยุดกรีดยางเสีย 2 - 3 สัปดาห์ เพื่อป้องกันมิให้เชื้อแพร่ไปติดต้นอื่น

4. โรคนี้นอกจากจะติดไปยังต้นอื่นได้ด้วยลมและแมลงแล้ว ยังอาจติดไปกับเสื้อผ้าของคนกรีด ภาชนะที่ใส่เศษยาง และมีดกรีดยางอีกด้วย ถ้าปรากฏว่าในสวนยางเป็นโรคนี้แล้วจะต้องควบคุมระมัดระวังสิ่งเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

5. การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรคเส้นดำก็จะสามารถป้องกันโรคเปลือกเน่าได้

6. ในกรณีที่พบมอดหรือแมลงชนิดอื่นเจาะเปลือกยางที่เป็นโรคนี้ให้ใช้ยาฆ่าแมลงกำจัดแมลงเหล่านั้นเสีย

7. เมื่อพบต้นยางเป็นโรคเปลือกเน่าให้ใช้สารไธอาเบนดาโซล อัตรา 20 กรัม (ประมาณ 2 ช้อนแกง) ต่อน้ำ 1 ลิตร ผสมสารแผ่กระจายและจับติด 2 ซีซี. (ประมาณ 1/2 ช้อนชา) หรือสาร ออกซาดิกซิล แมนโคเซ็บ อัตรา 40 กรัม (ประมาณ 4 ช้อนแกง) ต่อน้ำ 1 ลิตร ผสมสารแผ่กระจายและจับติด 2 ซีซี. (ประมาณ 1/2 ช้อนชา) อย่างใดอย่างหนึ่งทาหน้ากรีดยางทุก 7 วัน 3 - 4 ครั้ง จะสามารถป้องกันกำจัดโรคนี้ได้ แต่ถ้าหากฝนตกชุก โรคอาจเกิดขึ้นมาใหม่ ให้ทาสารเคมีดังกล่าวซ้ำต่อไปจนกว่าโรคจะหาย
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ภักดี บุญเจริญ.2552. เอกสารทางวิชาการ เรื่อง การรวบรวมผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับยางพารา ครั้งที่ 6.สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง...
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×