ปศุสัตว์เศรษฐี 
 
การขยายพันธุ์ปลาดุกด้วยวิธีการผสมเทียม
รักบ้านเกิดทีม 14 ตุลาคม 2553
การผสมพันธุ์ปลาดุกด้วยวิธีผสมเทียมเป็นวิธีการนำเอาฮอร์โมนสังเคราะห์มาใช้เพื่อเลียนแบบธรรมชาติ เกษตรกรทำได้ง่ายและมีความสะดวกรวดเร็วกว่าการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ และที่สำคัญยังมีต้นทุนที่ต่ำ สามารถทำการผสมเทียมได้ปีละ 2-3 ครั้ง ในขณะที่แม่พันธุ์ปลาดุกบิ๊กอุยไม่บอบช้ำ ใช้ระยะเวลาเพียง 13-16 ชั่วโมงเท่านั้นก็จะได้ลูกปลาเป็นจำนวนมากออกมาจำหน่าย
แชร์
93,743

เลี้ยงปลาดุกในบ่อดิน

++การเลี้ยงพ่อ- แม่พันธุ์ปลาดุก++  

พ่อแม่พันธุ์ปลาดุกควรเลี้ยงในบ่อดิน ปล่อยในอัตรา 10-20 ตัว/ตรม. เพราะถ้าปล่อยหนาแน่นเกินไปมีผลทำให้ไข่และน้ำเชื้อเจริญไม่ดี ระดับน้ำในบ่อประมาณ 1.0- 1.5 เมตร การให้อาหารควรให้อาหารที่มีโปรตีนไม่ต่ำกว่า 30 % ในอัตรา 1-3 % ของน้ำหนักตัว และควรมีการถ่ายเทน้ำบ่อยๆเพื่อกระตุ้นให้ปลากินอาหารได้ดี และพัฒนาระบบสืบพันธุ์ของปลาให้มีไข่และน้ำเชื้อดียิ่งขึ้น  ฤดูกาลผสมระหว่างปลาดุกอยู่ระหว่างเดือน มีนาคม- ตุลาคม 

พ่อ-แม่พันธุ์ปลาดุก

++การคัดพ่อ-แม่พันธุ์++    

พ่อแม่พันธุ์ปลาดุกที่นำมาใช้ ควรเป็นปลาที่สมบูรณ์ ไม่บอบช้ำ และมีอายุตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป การสังเกตลักษณะเพศภายนอกของแม่ปลาที่สมบูรณ์เพศสังเกตจากลักษณะของอูมท้องเป่ง เมื่อมองลงมาจากด้านบนเห็นได้ชัดเจน  เมื่อหงายท้องเห็นติ่งเพศ มีลักษณะกลม  มีสีแดง หรือสีชมพูอมแดงถ้าเอามือบีบเบาๆ  ที่บริเวณช่องท้องทางออกของไข่จะพบไข่ที่มีลักษณะเป็นเม็ดกลมสีน้ำตาลอ่อนไหลออกมา  แม่พันธุ์ปลาดุกอุยที่นำมาใช้ในการเพาะพันธุ์ไม่ควรอ้วนหรือผอมจนเกินไป  ขนาดของแม่พันธุ์ปลาดุกควรมีขนาดตั้งแต่  200 กรัม  ส่วนปลาดุกเพศผู้  เลือกปลาที่แข็งแรงสมบูรณ์ไม่เป็นโรค ติ่งเพศยาวเรียว มีสีชมพูเรื่อๆ  ควรมีขนาด 2 กิโลกรัม    อายุไม่ต่ำกว่า 2 ปี   ลักษณะลำตัวเพรียวยาว   และไม่อ้วนจนเกินไป

ข้อควรระวังในการคัดพ่อแม่พันธุ์ :

1. ในปลาดุกเพศเมีย  ถ้าพบว่าติ่งเพศบวมมีสีแดงช้ำ แม้ท้องจะดีก็ไม่ควรนำมาเพาะ เพราะจะไม่มีผล ถ้าติ่งเพศมีสีซีดไม่เข้มก็แสดงว่าไข่ไม่สมบูรณ์เช่นเดียวกันไม่ควรนำมาเพาะ

2. ในการจับปลาเพศเมียควรทำอย่างระมัดระวังอย่าให้แม่ช้ำ ควรใช้สวิงไม่ควรจับโดยบีบบริเวณโคนครีบหู เพราะทำให้ไข่ทะลักออกมา

 ปลาดุก

++เทคนิคการเพาะพันธุ์ปลาดุกอุย++          

การคัดพ่อแม่พันธุ์ ปลาที่นำมาเพาะต้องเป็นปลาที่มีไข่แก่ ส่วนใหญ่อาศัยการสังเกตจาการดูติ่งเพศ ปลาที่มีไข่แก่มีการขยายตัวของติ่งเพศ และส่วนท้องขยายนิ่ม ทั้งนี้ต้องขึ้นกับประสบการณ์ ความชำนาญ และความช่างสังเกตของผู้เพาะพอสมควรการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลา ในการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลาไม่ควรเลี้ยงให้พ่อแม่ปลาอ้วนเกินไป เพราะทำให้ไข่และน้ำเชื้อไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร ในช่วงฤดูการผสมพันธุ์ควรมีการเปลี่ยนแปลงถ่ายน้ำบ่อยครั้ง      

   - วิธีการคัดพ่อแม่พันธุ์   ต้องทำด้วยความระมัดระวัง    เพื่อให้พ่อแม่ปลามีความบอบช้ำน้อยที่สุด   และควรงดการให้อาหาร ก่อนการคัดประมาณ 1 วัน เพื่อป้องกันการผิดพลาดจากการขยายตัวของท้องเนื่องจากปริมาณอาหารที่กินเข้าไป   

  - การเตรียมบ่อพักพ่อแม่ปลา     ต้องเตรียมความพร้อมให้กับแม่ปลาให้มากที่สุด  ดังนั้นในบ่อพักควรจัดเตรียมระบบฝนเทียม   และระบบน้ำเข้าออกให้พร้อม   การเลือกใช้ความเข้มข้นของฮอร์โมนให้เหมาะสม   ในการเพาะพันธุ์ปลาดุกบิ๊กอุยจำเป็นต้องฉีดฮอร์โมนกระตุ้นให้กับแม่ปลา   ปริมาณความเข้มข้นของฮอร์โมนนับว่าเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญ   การฮอร์โมนที่มีความเข้มข้นสูงเกินไปจะมีผลทำให้อัตราการผสม  และอัตราการฟักต่ำลง  ส่วนการใช้ฮอร์โมนในปริมาณความเข็มน้อยเกินไปส่งผลให้แม่ปลาไม่สามารถตกไข่ได้       

ผสมพันธุ์ปลาดุก

++อุปกรณ์ที่ใช้ในการผสมเทียม++

1. พ่อ-แม่พันธุ์ปลา

2. ฮอร์โมนกระตุ้น

3. กระชอนตักปลา

4. เข็มฉีดยา

5. ตาข่ายไนล่อน

6. น้ำเกลือ

7. ถ้วยบดยา

8. ถ้วยใส่ไข่ปลา

9. เครื่องให้ออกซิเจน

10. บ่อซีเมนต์ ขนาด 2x3 เมตร

ผสมเทียมปลาดุก

++วิธีการผสมเทียม++

-นำพ่อ-แม่พันธุ์มาฉีดฮอร์โมนกระตุ้น เพื่อให้ไข่สุกและมีน้ำเชื้อพร้อมผสม  ซึ่งการฉีดฮอร์โมนปลาดุกนั้น ตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดคือ บริเวณกล้ามเนื้อใต้ครีบหลังส่วนต้นเหนือเส้นข้างตัว โดยใช้เข็มเบอร์ 22-24 แทงเข็มเอียงทำมุมกับลำตัวประมาณ 30 องศา แทงลึกประมาณ 1 นิ้ว

การผสมเทียมปลาดุก

-การรีดไข่ของปลาดุกเพื่อผสมกับน้ำเชื้อนั้นใช้วิธีกึ่งเปียก เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด นำแม่ปลาที่ได้รับการฉีดฮอร์โมนและมีไข่แก่เต็มที่แล้วมารีดไข่ใส่ในภาชนะผิวเรียบ เช่น กะละมังเคลือบ พร้อมกันนี้ผ่าเอาถุงน้ำเชื้อจากพ่อปลา นำมาวางบนผ้ามุ้งเขียว แล้วขยี้ให้ละเอียดพร้อมกับเทน้ำเกลือเข้มข้นประมาณ 0.7 % หรือน้ำสะอาดลงบนผ้ามุ้งเขียวที่ขยี้ถุงน้ำเชื้อให้น้ำไหลผ่านเพื่อให้น้ำเชื้อลงไปผสมกับไข่ ผสมไข่กับน้ำเชื้อให้เข้ากันโดยการคนเบา ๆ ด้วยขนไก่ประมาณ 2-3 นาที จึงนำไข่ที่ได้รับการผสมแล้วไปล้างน้ำสะอาด 1 ครั้ง แล้วนำไปฟัก  โดยน้ำเชื้อจากปลาตัวผู้หนึ่งตัวสามารถผสมกับไข่ที่ได้จากการรีดปลาเพศเมียประมาณ 10 ตัว  

บ่อฟักไข่ปลาดุก

-การเตรียมบ่อฟัก  บ่อที่ใช้ในการฟักปลาควรทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคก่อนนำมาใช้  และควรจัดเตรียมระบบน้ำเข้า- ออกให้พร้อม   แผงฟักไข่ที่ใช้ควรล้างและทำความสะอาดและตากให้แห้งก่อนการนำมาใช้ทุกครั้ง   ระบบน้ำที่ใช้ในบ่อฟักต้องเตรียมให้พร้อม  โดยเฉพาะเวลาที่ไข่ปลาฟักออกเป็นตัว   จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมาก  เพื่อเป็นการป้องกันการเน่าเสียของน้ำที่เกิดจากการย่อยสลายของเปลือกไข่         

บ่ออนุบาลลูกปลาดุก

-การอนุบาลลูกปลาดุกในบ่อซีเมนต์     บ่อซีเมนต์ที่ใช้ในการอนุบาลควรมีขนาดประมาณ  2-5  ตารางเมตร  ระยะแรกควรใส่น้ำในบ่อประมาณ  10-15 เซนติเมตร  อัตราการปล่อยประมาณ  3000- 5000 ตัว/ ตรม.  ในช่วง 1-7 วัน ของการอุบาลปลาควรให้ไรแดงกินเป็นอาหาร   ซึ่งระยะนี้เป็นระยะที่มีความสำคัญมากต่อการอยู่รอดของลูกปลา   ผู้อนุบาลควรดูแลอย่างใกล้ชิด  ทั้งในเรื่องคุณภาพของน้ำและปริมาณอาหารที่ให้ต้องเพียงพอต่อความต้องการของลูกปลา   ถ้าลูกปลาขาดอาหารในระยะนี้ทำให้ลูกปลามีอัตราการรอดตายต่ำ  และการเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ   เมื่ออนุบาลครบ  7 วัน   ควรให้อาหารสมทบ เช่น  ไข่ตุ๋นบดละเอียด  เต้าหู่อ่อนบดละเอียด  หรืออาหารผงสำเร็จรูป   ซึ่งระหว่างการให้อาหารสมทบควรระวังเกี่ยวกับการเน่าเสียของน้ำ ในบ่อปลาดุกอนุบาลควรมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกวัน    การอนุบาลลูกปลาดุกให้มีขนาด  2-3 เซนติเมตรใช้เวลาประมาณ  10-14 วัน   

เลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์

การเลี้ยงในบ่อซีเมนต์      ควรปรับสภาพของน้ำในบ่อที่เลี้ยงให้มีสภาพเป็นกลางหรือเป็นด่างเล็กน้อย   แต่ต้องแน่ใจว่าบ่อซีเมนต์ต้องหมดฤทธิ์ของปูน ขนาดลูกปลาที่ใช้เลี้ยงเริ่มต้นควรมีขนาดประมาณ  2-3  นิ้ว   เพื่อสะดวกต่อการถ่ายเทน้ำ  และการให้อาหาร  ระดับน้ำในบ่อควรมีความลึกประมาณ  20-30  เซนติเมตร  เมื่อลูกปลาเติบโตขึ้นค่อยๆ  เพิ่มระดับน้ำให้สูงขึ้นตามสำดับ  เลี้ยงด้วยอาหารเม็ดลอยน้ำสำเร็จรูปให้ประมาณ  3-5  %   ของน้ำหนักตัวปลา  โดยปล่อยในอัตรา  100-150  ตัว/ตรม.   ปลาจะเติบโตได้ขนาดประมาณ  150-200  กรัม/ตัว  ในระยะเวลาเลี้ยงประมาณ  90-120 วัน   อัตราการรอดตายประมาณ  80-90%  ซึ่งอาหารที่ใช้ในการเลี้ยงสามารถใช้อาหารชนิดต่างๆ  ทดแทนอาหารเม็ดลอยน้ำสำเร็จรูปก็ได้   โดยใช้อาหารจำพวก   ไส้ไก่   โครงไก่  หรือปลาเป็ดบดผสมกับรำก็ได้   ซึ่งการใช้อาหารแบบนี้จำเป็นต้องถ่ายน้ำมากเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย     


แหล่งที่มาของข้อมูล :
คุณถนอม เหล็กศรี
ที่อยู่ : หมู่ที่2 ตำบลหนองทัพไทย อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด

Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×