เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

อาหารสัตว์วืดลดภาษีวัตถุดิบ

30 มิถุนายน 2559
2,001
ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า ในต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานี้มีการประชุมการลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ถึง 2 หน่วยงานด้วยกัน ที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) มีการประชุมข้อโต้แย้งการลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยฝ่ายสนับสนุนให้ลดภาษีมีนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย และเลขาธิการสมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กับนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เป็นฝ่ายคัดค้าน และในวันเดียวกันนั้นก็มีการประชุม คณะทำงานวางแผนการผลิต การตลาด วัตถุดิบอาหารสัตว์ครบวงจรปี 2559 ครั้งที่ 4/2559 ที่กระทรวงพาณิชย์ด้วย
โดยที่ประชุม สศก.มีมติยังไม่เห็นด้วยกับการขอลดภาษีนำเข้าสินค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ 11 ชนิด ตาม พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาใน 4 พิกัด คือ กากที่เหลือจากการผลิตสตาร์ชที่ไม่ใช่ของมันสำปะหลังหรือสาคู (พิกัด 2303.10.90) อัตรา 5%, ขี้ตะกอนและเศษจากการต้มกลั่น (DDGs) อัตรา 9%, กากของเมล็ดทานตะวัน (พิกัด 2306.30.00) อัตรา 9% และ กากเมล็ดเรปอื่น ๆ เช่น คาโนล่า อัตรา 5%

ทั้งนี้ได้มีการวิเคราะห์ดัชนีคุณค่าตามโภชนาการ พบว่า กรณีที่หากลดภาษีลงจากเดิมอัตรา 9% เหลือ 8% ทำให้ต้นทุนอาหารสัตว์ลดลงกิโลกรัมละ 0.02 บาท มูลค่ารวม 320.20 ล้านบาท แต่รัฐเสียรายได้ภาษีลงกิโลกรัมละ 0.10 บาท ประมาณ 400.25 ล้านบาท รายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดลดลงกิโลกรัมละ 1.09 บาท จากเดิม 8.61 บาท รายได้หายไป 6,202.10 ล้านบาท และหากแยกชนิด เช่น การไม่จำกัดใช้กากคาโนล่าจะทำให้รายได้เกษตรกรหายไป 9,900.60 ล้านบาท การลดภาษีกลูเทนข้าวโพด จาก 5% เป็น 0% จะทำให้รัฐบาลเสียรายได้จากภาษีไป 1,096.10 ล้านบาท แต่ไม่มีผลกระทบต่อเกษตรกร

ส่วนกากเมล็ดทานตะวัน ให้ลดภาษีจาก 9% เป็น 3% เพราะไม่กระทบต่อราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ส่วนวัตถุดิบอาหารสัตว์อีก 7 ชนิด ส่วนใหญ่เสนอให้ปรับปรุงมาตรฐาน เพราะยังไม่มีมาตรฐาน เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาด ผลสรุปทาง สศก.เห็นว่า ผู้ส่งออกไม่น่าจะเดือดร้อน เพราะได้รับการคืนภาษีตามกฎหมายศุลกากรอยู่แล้ว แต่หากยินยอมให้มีการลดภาษีนำเข้าจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกพืช
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"อาหารสัตว์วืดลดภาษีวัตถุดิบ". 29-6-59. ประชาชาติธุรกิจ.เข้าถึงได้จาก : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1467177348