เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

ชาวบุรีรัมย์ปลูกผักสวนครัว เพียง 45 วัน สร้างรายได้ 800-1,000 บาท/วัน

22 ธันวาคม 2558
10,849
ในช่วงหน้าแล้งสถานการณ์ภัยแล้งยังคงวิกฤตในหลายพื้นที่ อีกทั้งกรมชลฯยังสั่งเตือนพื้นที่ในเขตชลประทานในเรื่องการใช้น้ำเกรงว่าน้ำที่จะใช้ในการอุปโภค-บริโภคไม่เพียงพอ เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ปีนี้มีปริมาณน้ำที่น้อยกว่าปกติจึงส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ และสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ที่สำคัญปัญหาภัยแล้งในทุกๆปีส่งผลให้เกษตรกรต้องหยุดทำนา
จากประสบปัญหาภัยแล้งทำให้บางส่วนถึงกับต้องออกไปทำงานต่างถิ่น แต่เกษตรกรที่บ้านโคกเพชร ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ กลับพลิกวิกฤตหน้าแล้งสร้างรายได้ โดยหันมาปลูกพืชผักสวนครัว ผักปลอดสารพิษ และพืชที่ใช้น้ำน้อยแทนการปลูกข้าว ทำให้ชาวบ้านมีรายได้ในช่วงหน้าแล้งนี้
ด้านคุณจรัส เหรียญพิมาย ได้เปิดเผยว่าจากปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในทุกๆปี ในพื้นที่ของ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งปีนี้ดูว่าปริมาณน้ำจะน้อยกว่าปีที่ผ่านมา อีกทั้งชลประทานได้ประกาศหยุดปล่อยน้ำเพื่อทำนาปลัง จำเป็นต้องงดการทำนาปรังชาวบ้านที่นี่เลยพากันหันมาปลูกพืชผักที่ใช้น้ำน้อย
โดยทำการปลูกบริเวณอ่างเก็บน้ำในหมู่บ้านและตามทุ่งนา โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ คือการนำมูลสัตว์ที่ชาวบ้านต่างพากันเลี้ยงไว้ในท้องถิ่น นำกลับมาเป็นใช้ปุ๋ยบำรุงแทนสารเคมี ส่วนผักที่นิยมปลูกกันมาก ได้แก่ คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้งจีน ต้นหอม และผักชี ซึ่งผักเหล่านี้ใช้น้ำน้อย เก็บผลผลิตได้เร็ว เพียง 30-45 วันก็ได้ขายแล้ว
เมื่อได้ผลผลิตแล้วชาวบ้านก็ต่างพากันนำไปวางขายตามตลาด และแหล่งรับซื้อ ทำให้แต่ละครัวเรือนมีรายได้มาจากการปลูกผักขาย ซึ่งรายได้ที่ได้นั้นเฉลี่ยวันละ 800-1,000 บาท จากรายได้ในส่วนนี้เองทำให้เกษตรกรแต่ละครัวเรือนสามารถเลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี โดยไม่ต้องออกไปทำงานต่างถิ่นและน้ำที่นำมาใช้ในการปลูกพืชผัก ก็ได้มาจากอ่างเก็บน้ำห้วยตลาดที่อยู่ภายในหมู่บ้าน จึงทำให้ชาวบ้านที่นี่หันมาปลูกผัก และผักที่ปลูกก็เป็นผักปลอดสารพิษ ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก นอกจากจะเก็บไว้บริโภคแล้วยังสามารถสร้างรายได้ในช่วงหน้าแล้งนี้


รายงานโดย : อังศุมาลิน รัตนจิตร. เจ้าหน้าที่ร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.นครราชสีมา