เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

เตือนเกษตรกรปลูกกล้วยไม้ ระวังโรคระบาดช่วงหน้าหนาว

09 พฤศจิกายน 2558
2,851
6 พ.ย. 58 นายสมชาย ชาญณรงค์กุลอธิบดี กรมวิชาการเกษตรเปิดเผยว่า ในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนจากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว อากาศร้อนชื้น อุณหภูมิเริ่มต่ำกรมวิชาการ เตือนเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ให้เฝ้าระวังการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืช โดย ให้ระวังการระบาดของบั่วกล้วยไม้ในระยะออกดอก มักมีอาการดอกตูมบวมซีด บิดเบี้ยว และหงิกงอ ต่อมาดอกจะมีอาการเน่าเหลือง ฉ่ำน้ำ และหลุดร่วงจากช่อดอก ถ้าพบระบาดรุนแรง ดอกตูมจะหลุดร่วงอย่างรวดเร็วจนเหลือแต่ก้านดอก หากสุ่มพบมากกว่า 4 ช่อดอกจาก 40 ช่อดอก ให้พ่นสารฆ่าแมลงแลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน/ไทอะมีทอกแซม 24.7% แซดซี อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นสารทุก 5 วัน (กรณีความชื้นในอากาศสูง) จนกว่าจะสุ่มไม่พบอาการทำลาย โดยพ่นในอัตรา 80-120 ลิตรต่อไร่
สำหรับแมลงศัตรูกล้วยไม้อีกหนึ่งชนิดที่พบได้ตลอดทั้งปี คือ เพลี้ยไฟ มักพบระบาดในระยะออกดอก โดยเกิดรอยด่างขาวทั่วไปบนกลีบดอก หรืออาการขี้กลากบนก้านช่อดอก ลักษณะอาการที่พบเกิดจากการระบาดรุนแรงของเพลี้ยไฟ หากสุ่มพบอาการทำลาย 8 ช่อดอกจาก 40 ช่อดอก ให้ฉีดพ่นสารฆ่าแมลงแบบสลับหมุนเวียนกัน ทุก 5-14 วันครั้ง ปริมาณการฉีดพ่น 80-120 ลิตรต่อไร่ต่อครั้ง โดยสารฆ่าแมลงที่ใช้สลับกัน คือ สไปนีโทแรม 12% เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร (รอบการพ่นทุก 14 วันต่อครั้ง) สารฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร (รอบการพ่นทุก 5 วันต่อครั้ง) และสารอีมาเมกตินเบนโซเอต 1.92% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร (รอบการพ่นทุก 5-7 วันต่อครั้ง) ฃ

นอกจากนี้ ในช่วงเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวกล้วยไม้มักเกิดโรคใบปื้นเหลือง ใบบริเวณโคนต้นจะเป็นจุดกลมสีเหลือง ถ้าเป็นมากๆ จะขยายติดต่อกันเป็นปื้นสีเหลืองตามแนวยาวของใบ พลิกดูด้านใต้ใบ จะเห็นกลุ่มผงสีดำขึ้นอยู่เต็มไปหมด ใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล พร้อมทั้งหลุดร่วงจากต้น ทำให้ต้นกล้วยไม้ทิ้งใบหมด หากพบให้ฉีดพ่นสารแคปแทน 50% ดับบลิวพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร และพ่นในอัตรา 120-140 ลิตรต่อไร่ทุก 7 วัน โดยอัตราพ่นจะขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของทรงพุ่ม

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"เตือนเกษตรกรปลูกกล้วยไม้ ระวังโรคระบาดช่วงหน้าหนาว". (06-10-2588). แนวหน้า .: สืบค้นเมื่อ 09-11-2558, เข้าถึงได้จาก : http://www.naewna.com/local/187431