เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

กล้วยน้ำว้าขาดตลาดหนัก อุบลฯต้องนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน

28 ตุลาคม 2558
9,864
สถานการณ์กล้วยน้ำว้าขาดตลาดในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธารนี เกิดจากการลดพื้นที่ปลูกภายในจังหวัด และ หลายแหล่งปลูกในประเทศประสบกับปัญหาโรคระบาด ทำให้ผลผลิตโดยรวมไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ ทำให้ มีผลผลิตกล้วยน้ำว้น้อยลงโดยภาพรวม ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค จึงทำให้มีราคาสูงขึ้นด้วย โดยในพื้นที่จังหวัดอุบลฯ ขาดแคลนหนักจนไม่เพียงพอป้อนตลาดผู้บริโภค ทำให้พ่อค้า แม่ค้า ที่ขายส่งกล้วย ในตลาดวารินเจริญศรี อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ต้องหันไปพึ่งกล้วยน้ำว้านำเข้าจากจังหวัดเลย,ประเทศลาวและเวียดนามมาจำหน่าย เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ของคนในพื้นที่

คุณทอง ปาวัน แม่ค้าจำหน่ายกล้วย ที่ตลาดวารินเจริญศรี อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ให้สัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.อุบลราชธานี ว่า "ตลาดเจริญศรี เป็นตลาดขายส่ง ผักและผลไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคอีสานตอนล่าง ซึ่งผลผลิตในจังหวัดอุบลฯ ไม่เพียงพอต่อการจำหน่ายให้กับลูกค้า จึงจำเป็นต้องนำเข้าจากต่างจังหวัดหรือจากประเทศลาวและเวียดนาม โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้าที่ตนเองขายส่งอยู่นี้ ก็ไปรับมาจากสวนที่จังหวัดเลย ซึ่งจังหวัดเลยเป็นแหล่งปลูกกล้วยขนาดใหญ่ หลายสิบไร่ มีผลผลิตมาก โดยกล้วยจากจังหวัดเลยนั้น จะมีลักษณะลูกโต ผิวสวย เนื้อแน่น และคุณภาพดี ไม่ค่อยมีตำหนิ มีรสชาติหวาน กลิ่นหอม จนขึ้นชื่อเป็นที่รู้จัก โดยตนเองจะนำกล้วยมาพักไว้ที่ตลาดเจริญศรี เพื่อให้พ่อค้า ในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ที่จะนำกล้วยไปขายปลีก มารับกล้วยที่นี่ ประมาณ 3 ถึง 4 วัน ก็จำหน่ายกล้วยหมดแล้ว"

คุณรอน สีสัน แม่ค้านำเข้ากล้วยน้ำว้าจากเวียดนามมาจำหน่าย กล่าวว่า "สาเหตุที่ต้องนำกล้วยจากเวียดนามมาขาย เพราะผลผลิตกล้วยมีจำนวนน้อยลง ไม่พอจำหน่าย โดยก่อนหน้านั้นตนเคยนำกล้วยจาก สปป.ลาวมาขาย แต่ได้กล้วยที่ไม่สวยปะปนมา รวมทั้งมีลูกที่ไม่ได้ขนาดคละกันมา ทำให้ขายไม่ได้ราคา และก็มีพ่อค้าคนกลางจากลาวมาเสนอขายกล้วยจากเวียดนามให้ ตนจึงลองนำมาขายดู ซึ่งกล้วยจากเวียดนาม มีลักษณะลูกโต สวย ไม่ช้ำ เนื้อแน่น และมีรสชาติอร่อย ซึ่งกล้วยจากจังหวัดเลยและกล้วยจากเวียดนามนั้นมีรสชาติที่ใกล้เคียงกัน แต่กล้วยเลยจะนิ่มกว่าเล็กน้อย ส่วนกล้วยเวียดนามจะมีผลที่โตกว่า"

"โดยกล้วยเลยขายด้วยชื่อเสียงที่เป็นของในประเทศ ที่ผลิตและขายมาเป็นระยะเวลานานจนเป็นที่รู้จัก ส่วนกล้วยเวียดนามขายด้วยชื่อที่ว่า นำเข้าจากต่างประเทศ ราคาอาจจะแพงกว่ากันเล็กน้อย โดยเฉพาะกล้วยจากเวียดนาม ยังมีผลผลิตอยู่มาก ซึ่งการขายกล้วยนั้น ลาวจะขายเป็นเคลือ จังหวัดเลยจะขายเป็นหวี และเวียดนามจะขายเป็นกิโลกรัม ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบราคาที่นำมาจำหน่ายปลีกแล้วแทบไม่มีความแตกต่างกัน" คุณรอนกล่าว



รายงานโดย : ภูวไนย ใจหาญ เจ้าหน้าที่ร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.อุบลราชธานี
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
- คุณทอง ปาวัน. สัมภาษณ์ ,26 ตุลาคม 2558
- คุณรอน สีสัน. สัมภาษณ์ ,26 ตุลาคม 2558