เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

หมามุ่ย ตลาดใหญ่จีน-มาเลย์ ตัวช่วยเตะปี๊บ-สมุนไพรป่ำป๊ำ

23 กรกฏาคม 2558
5,023
ีหมามุ่ยที่มีสรรพคุณในเรื่องมีบุตรยาก และช่วยเรื่องโรคพาร์กินสัน รวมทั้งอีกหลาย ๆ สรรพคุณที่กำลังได้รับความสนใจในเวลานี้ เขาว่ากันว่าปลูกแล้วขายได้ราคาดี ปลูกแล้วส่งเมล็ดออกไปจำหน่ายต่างประเทศ จริง ๆ แล้วเขานำไปทำอะไร และตลาดอยู่ที่ไหน ก่อนที่เกษตรกร ผู้ประกอบการ จะหันไปปลูก-ผลิต แปรรูปอย่างบ้าคลั่ง ควรจะต้องรู้ว่า ตลาดอยู่ตรงไหน กระบวนการนวัตกรรม เช่น มีงานวิจัยมารองรับหรือไม่ ตลาดต่างประเทศเป็นอย่างไร
ประกอบจาก : Internet "ลักษณะฝักแก่ของหมามุ่ยอินเดียภาพ"


มาเลย์ต้องการสมุนไพร "ป่ำป๊ำ" :

นางสาวธีรยา กฤษฎาพงษ์ จากบริษัท สเปเชียลตี้ เนเชอรัล โปรดักซ์ จำกัด ผู้ผลิตสารสกัดจากสมุนไพร กล่าวว่า สารสกัดจากหมามุ่ยเติบโตขึ้นกว่า 30% ใน 2 กลุ่ม คือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และกลุ่มที่เป็นผงบดผสมกาแฟชง ในกลุ่มหลังมีสัดส่วนในประเทศราว 40% และส่งมาเลเซีย 60% ของการผลิต โดยจะได้รับความสนใจในเรื่องการเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ ทดแทนสมุนไพรภายในประเทศมาเลเซียเอง



สำหรับวัตถุดิบ บริษัทใช้วิธีส่งเสริมเกษตรกรปลูกและรับซื้อ ซึ่งนางสาวธีรยายังกล่าวด้วยว่า หมามุ่ย กำลังเติบโตทั้งในและต่างประเทศ เพียงแต่ตอนนี้คนยังไม่ค่อยรู้จักมากนัก ทั้งประสิทธิภาพคุณภาพรวมทั้งงานวิจัยก็ยังมีไม่มากเท่าไหร่ด้วย



ตลาดจีน "เตะปี๊บ" มาแรง :

นายกฤษณ์ แจ้งจรัส ประธานบริหาร บริษัท เอ็ม วาย อาร์ คอสเมติก โซลูชั่น จำกัด ผู้รับจ้างผลิตเครื่องสำอาง OBM และ OEM กล่าวถึงสมุนไพรหมามุ่ยว่า เป็นสมุนไพรตัวใหม่ที่กำลังเริ่มเติบโต ถ้าดูจากงานวิจัยที่ผ่านมาของหมามุ่ยไม่มีผลทางด้านลบเลย ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสและวิจัยพัฒนามาต่อเนื่อง โดยผลิตภัณฑ์ที่เตรียมจะจำหน่ายในปลายปีนี้ ภายใต้แบรนด์ The men inside ซึ่งเป็นเครื่องสำอางใช้ทาในจุดซ่อนเร้นของเพศชาย ช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของโลหิต เป็นสมุนไพรที่ไปเสริมฤทธิ์กับตัวอื่น ๆ เช่น กระชายดำ กวาวเครือแดง กวาวเครือดำ ปลาไหลเผือก



โดยโปรดักต์แรกจะเริ่มเปิดตลาดที่จีน-บรูไนก่อนในปลายปีนี้ และอยู่ระหว่างการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ในกลุ่มนี้ออกมาต่อเนื่องด้วย



เจ้าตัวมองว่า ตลาดจีนเป็นตลาดใหญ่ ขณะที่สมุนไพรไทยเป็นที่รู้จักของคนในวงการ รองจากจีนและอินเดีย พอมีเรื่องของนวัตกรรมก็ยิ่งทำให้สมุนไพรสามารถเปิดตลาดได้มากขึ้น



กาแฟหมามุ่ยจะไปมาเลเซีย :

นายณรงค์ฤทธิ์ ปัตโชติชัย เจ้าของแฟรนไชส์กาแฟหมามุ่ยภูพาน กล่าวว่า กระแสจริง ๆ เพิ่งเริ่มมาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา บริษัทขายได้เดือนละ 400-500 กล่องต่อเดือน เพิ่มจากเดิมปีที่ผ่านมาไม่ถึง 100 กล่อง และกล่าวต่อว่า "ตอนนี้ทำในลักษณะของการคั่วบดเมล็ดหมามุ่ยผสมกับผงกาแฟ ซึ่งเดิมหมามุ่ยมีสรรพคุณเรื่องช่วยคนมีบุตรยากที่นิยมหันมาดื่มกัน ตลาดส่วนใหญ่จะเป็นตลาดในประเทศ และมีส่งไปจำหน่ายที่ประเทศลาวด้วย จำนวนไม่มากนัก แต่ลาวมีกระแสตอบรับมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีของเราเมื่อเทียบกับลาวก็ยังได้มาตรฐานกว่า"



ส่วนตลาดมาเลเซียเป็นเป้าหมายหลักที่จะขยายต่อไปในปีหน้า :

"ตอนนี้เรากำลังให้ทีมวิจัยสารสกัดที่ออกฤทธิ์ชัดเจนในหมามุ่ย และดำเนินการขอ อย. ฮาลาล เพื่อที่จะเจาะตลาดมาเลเซียในปีหน้า โดยขายผ่านตัวแทนจำหน่ายและขายผ่านชายแดนนราธิวาส ซึ่งคาดว่าหากเปิดตลาดได้ในปีหน้า จะมียอดขายชายแดนได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1,000 กล่อง หรือเพิ่มขึ้น 2 เท่า จากเดิมที่จำหน่ายในประเทศ"



งานวิจัยยังน้อย :

สำหรับหมามุ่ย มีงานวิจัยที่ออกมาแล้วจากหลาย ๆ มหาวิทยาลัย เช่น มหิดล มีงานวิจัยเมล็ดหมามุ่ย พบในเรื่องช่วยการนอนไม่หลับ และ เรื่อง สมรรถภาพทางเพศมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อยอดหมามุ่ย เป็นเครื่องสำอางบำรุงสมรรถภาพทางเพศ อภัยภูเบศร วิจัย และต่อยอดเป็นยาสมุนไพร



อย่างไรก็ดี การที่จะพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม อาหารเสริม เครื่องสำอาง ในอุตสาหกรรมยา หรือแม้แต่สปา ซึ่งเป็นปลายทางก็จะต้องรอดูกระแส และสรรพคุณ การตอบรับในตลาดต่าง ๆ จึงจะต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมอื่นได้



ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ร่วมกัน ระหว่างคนปลูก คนวิจัย และคนสกัดสาร คนคิดผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ หากรู้แน่ชัดว่ามีสรรพคุณที่ต้องการชัดแจ้ง จากงานวิจัยก็สามารถที่จะนำเอางานวิจัยนั้น ๆ ไปต่อยอดได้ รวมทั้งการทำตลาดต่างประเทศได้อีกด้วย



------------------------- ^ ^ ----------------------------
ที่มา :
"เศรษฐกิจในประเทศ".ประชาชาิตธุรกิจ.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1437463494