เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

EU ขึ้นทะเบียนสินค้า GI กาแฟไทย

17 กรกฏาคม 2558
4,766
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สหภาพยุโรป (EU) ได้ลงประกาศใน EU Official Journal ขึ้นทะเบียนกาแฟดอยตุงและกาแฟดอยช้างของไทยเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) ใน EU แล้ว เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 โดยจะมีผลบังคับใช้ในอีก 20 วันคือในวันที่ 3 สิงหาคม 2558 ที่จะถึงนี้กาแฟดอยตุงและกาแฟดอยช้างเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 2 และ 3 ของไทยที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็น GI ใน EU หลังจากที่ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้เป็นสินค้าเกษตรของไทยสินค้าแรกที่ได้ขึ้นทะเบียนใน EU เมื่อเดือนมีนาคม 2556 ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของทรัพย์สินทางปัญญาไทยในเวทีระดับโลก

ไทยได้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนกาแฟดอยตุงและกาแฟดอยช้างใน EU เมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 โดย EU ได้ตรวจสอบและประกาศโฆษณาคำขอของไทย เมื่อปี 2557 และเมื่อไม่มีผู้คัดค้านภายใน 6 เดือน EU จึงได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ใน EU ส่งผลให้กาแฟดอยตุงและกาแฟดอยช้างของไทยสามารถใช้ตรา GI ของ EU ในการทำตลาดได้ เนื่องจากผู้บริโภคในสหภาพยุโรปส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับตรา GI ที่แสดงถึงลักษณะพิเศษและคุณภาพของสินค้า และยอมจ่ายเงินในราคาที่สูงขึ้นเพื่อบริโภคสินค้าดังกล่าว



ในปี 2557 ไทยส่งออกกาแฟไปตลาดโลกในปริมาณ 700 ตัน เป็นมูลค่า 3.6 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นการส่งออกไป EU 0.374 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 10 ของการส่งออกกาแฟโดยรวมของไทย โดยกาแฟดอยช้างส่งออกประมาณปีละ 400 ตัน ไป แคนาดา อังกฤษ อิตาลี มาเลเซีย เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย และกาแฟดอยตุงส่งออกไปญี่ปุ่น แต่คาดว่าภายหลังจากที่กาแฟทั้งสองชนิดนี้ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ใน EU จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ส่งออกกาแฟดอยตุงและกาแฟดอยช้างขยายตลาดในสหภาพยุโรปได้มากขึ้นสำหรับการขึ้นทะเบียน GI ของไทย ปัจจุบันไทยขึ้นทะเบียนสินค้า GI แล้ว 70 รายการจาก 53 จังหวัด เช่น ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ส้มโอนครชัยศรี มะขามหวานเพชรบูรณ์ เป็นต้น และกระทรวงพาณิชย์มีแผนจะขึ้นทะเบียน GI ในอีก 24 จังหวัดที่เหลือให้ครบภายในปี 2560z



-------------------------- ^ ^ ---------------------------
ที่มา :
"เศรษฐกิจ".บ้านเมือง.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก : http://www.banmuang.co.th/news/economy/21616