เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

ภัยแล้ง4เขื่อนวิกฤติสิ้น มิย.ไม่มีน้ำทำนา

08 มิถุนายน 2558
1,955
เกษตรกรชาวไร่-ชาวนา เตรียมตัวให้พร้อม ได้เวลาเผาจริงกันแล้ว กรมชลประทานเผยสิ้นมิถุนายนนี้ไม่มีน้ำให้ทำนา หลังเจอปัญหาแล้งจัด ฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้เขื่อนใหญ่ 4 แห่งเหลือน้ำเพียงน้อยนิด ต้องใช้อย่างประหยัดเพื่อรักษาระบบนิเวศน์ และใช้อุปโภค-บริโภค และหล่อเลี้ยงพื้นที่ปลูกข้าวได้เพียง 2 ล้านไร่ ส่วนที่เหลืออีก 7 ล้านไร่ห้ามทำนาเด็ดขาด

(6 มิ.ย.58) นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมชลฯ กำลังประเมินสถานการณ์น้ำว่าอยู่ในระดับน่าเป็นห่วง ภายหลังจากฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล คาดว่าภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ ปริมาณน้ำในเขื่อนที่สามารถใช้ได้ในปัจจุบันมีประมาณ 5,500 ล้าน ลบ.ม. และกำลังจะหมดไปไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก กรมชลประทานจึงเตรียมประกาศงดส่งน้ำเพื่อเพาะการปลูก เพื่อให้มีน้ำรักษาระบบนิเวศ และการบริโภคเท่านั้น



ในวันที่ 9 มิ.ย.นี้ กรมชลประทานจะหารือกับกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำฝน หากร่วมประเมินสถานการณ์แล้วมีความชัดเจนว่าฝนไม่ตก ก็จะประกาศงดส่งน้ำเพื่อทำการเพาะปลูกต่อไป



ทั้งนี้ ที่ผ่านมาปริมาณน้ำต้นฤดูกาลที่ใช้เพาะปลูกได้ มีปริมาณใกล้เคียงกับปีก่อนคือ 3,800 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งใช้ได้ประมาณ 2 เดือนคือ มิ.ย.-ก.ค. แต่ช่วงต้นฤดูฝนปกติประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน พ.ค. จะต้องมีฝนตกลงมาเพื่อเติมน้ำในเขื่อน แต่ปีนี้เข้าสู่เดือน มิ.ย.แล้ว ยังไม่มีฝนตกปริมาณน้ำในเขื่อนจึงไม่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อฤดูกาลเพาะปลูกปี 2558/59 แน่นอน



ปกติพื้นที่เพาะปลูกในเขตชลประทานของลุ่มน้ำเจ้าพระยา จะมีประมาณ 9.2 ล้านไร่ ต้องใช้น้ำประมาณ 1 หมื่นล้าน ลบ.ม. แต่ปัจจุบันหลังจากกรมชลประทานปล่อยน้ำเพื่อทำการเกษตรเมื่อพฤษภาคม ทำให้น้ำในเขื่อนที่เหลือใช้ มีเพียงประมาณ 1,700 ล้าน ลบ.ม. หรือใช้ได้อีกประมาณ 20 วันเท่านั้น



สำหรับปริมาณน้ำ 4 เขื่อนในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เหลือสนับสนุนการเพาะปลูกน้อยมาก โดยเขื่อนภูมิพลเหลือน้ำใช้ได้ประมาณ 558 ล้าน ลบ.ม., เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำใช้ได้ 946 ล้าน ลบ.ม., เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนเหลือน้ำใช้ได้ 109 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เหลือน้ำใช้ได้ 105 ล้าน ลบ.ม.



หลังจากที่กรมชลประทานประกาศปล่อยน้ำเพื่อสนับสนุนการทำการเพาะปลูกเมื่อ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา เกษตรกรก็เริ่มทำการเพาะปลูกและทำการเกษตรไปแล้ว 2 ล้านไร่ โดยเฉพาะการทำนา เหลือพื้นที่ทำการเกษตรอีกมากกว่า 7 ล้านไร่ ที่ไม่มีน้ำสำหรับทำการเพาะปลูก แต่เมื่อสถานการณ์น้ำต้นทุนเหลือน้อย ถือเป็นสถานการณ์ที่บังคับให้กรมชลต้องบริหารจัดการน้ำที่เหลืออยู่ในได้นานที่สุด เพื่อประคองพื้นที่เกษตรที่ทำไปแล้ว



----------------------- ^ ^ ----------------------
ที่มา :
"ภูมิภาค".บ้านเมือง.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก : http://www.banmuang.co.th/news/region/18268