เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

กนป. ชู 3 มาตรการ แก้ไขปาล์มล้นตลาด

25 พฤษภาคม 2558
2,998
กนป. ออกมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาปาล์มทั้งระบบ ชู 3 มาตรการ แก้ไขปาล์มล้นตลาดเร่งด่วน-ระยะสั้น-ระยะยาว จัดงบเกือบ 3 พันล้าน ซื้อปาล์มเก็บสต๊อก

วันที่ 22 พ.ค. 58 นายคนิต ลิขิตวิทยาวุฒิ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินการของคณะกรรมการนโยบาย ปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) เปิดเผยว่า จากการประชุม กนป. ครั้งที่ 3/2558 เมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้พิจารณาแนวทางการดำเนินมาตรการการรักษาเสถียรภาพราคาทั้งระบบ ทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะสั้น และระยะยาวเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนทั้งระบบ ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบ 3 มาตรการ ดังนี้



มาตรการเร่งด่วน ให้กรมการค้าภายใน กำหนดราคาแนะนำในการรับซื้อผลปาล์มทะลาย ผลปาล์มร่วง และน้ำมันปาล์มดิบ โดยออกประกาศสำนักงานคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (สกกร.) ให้รับซื้อผลปาล์มทะลายและผลปาล์มร่วง ในราคาเดียวกัน อัตราน้ำมันร้อยละ 17 ไม่ต่ำกว่า กก.ละ 4.20 บาท ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) เป็นผู้กำหนดค่าใช้จ่ายและค่าขนส่งที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายทั้งระบบ อย่างไรก็ตาม เกษตรกรขายผลปาล์มที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันสูงกว่า 17% ทุก 1% ที่เพิ่มขึ้น จะได้ราคาเพิ่มขึ้นอีก 0.30 บาท/กก. ในขณะที่ผลปาล์มที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันต่ำกว่า 17% ทุก 1% จะลดราคา กก.ละ 0.25 บาท



นอกจากนี้ กำหนดให้โรงกลั่นฯ โรงผลิตไบโอดีเซล และผู้รับซื้อน้ำมันดิบทั่วไปรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ ในราคาไม่ต่ำกว่า กก.ละ 26.20 บาท ณ หน้าคลังผู้รับซื้อในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อให้ราคาขายปลีกน้ำมันพืชปาล์มบรรจุขวด ไม่สูงกว่าราคาเพดานคือไม่เกินลิตรละ 42 บาท โดยกรมการค้าภายใน พร้อมติดตามประเมินผลในระยะเวลา 3 เดือน เพื่อนำเสนอต่อ กนป. พิจารณาให้ความเห็นชอบออกเป็นประกาศ กกร. เมื่อสิ้นสุด 3 เดือนที่กำหนด (พ.ค.-ก.ค.) ทั้งนี้ มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสภาเกษตรกร ในการร่วมตรวจสอบสต๊อกน้ำมันปาล์ม เป็นรายโรงงาน ทุกเดือน



มาตรการ ระยะ 3 เดือน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด กำกับดูแลให้การรับซื้อของลานเทเป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการว่าด้วย ราคาสินค้าและบริการ (ส.กกร.) และบริหารจัดการให้ลานเทเป็นเครือข่ายของโรงงานสกัดฯ หรือให้โรงงานสกัดฯ กำหนดพื้นที่รับผิดชอบในการรับซื้อผลผลิต และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูกปาล์มของเกษตรกร เพื่อให้ได้ข้อมูลการผลิตที่ถูกต้อง



ทั้งนี้ อคส.จะพิจารณาเข้าไปรับซื้อผลผลิตน้ำมันปาล์มในช่วงเวลาและจำนวนที่เหมาะสมด้วย สำหรับระยะเวลาการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบกำหนด 6 เดือน ตั้งแต่เดือน มิ.ย. ? พ.ย. 58 ซึ่งขอใช้เงินงบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) เป็นค่าใช้จ่ายในการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากโรงงานสกัดฯ เพื่อเก็บสต๊อก งบประมาณ รวมทั้งสิ้น 2,952.896 ล้านบาท



อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกปาล์มช่วยประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ ในพื้นที่ เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพการผลิต การลดต้นทุนการผลิต ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม รวมทั้งให้ทางจังหวัดกำกับการดำเนินการของโรงงานสกัด ลานเท โรงกลั่นฯ และโรงผลิตไบโอดีเซล ให้เป็นไปตามมติ กนป. อย่างเคร่งครัด.



------------------------ ^ ^ -------------------------
ที่่มา :
"เศรษฐกิจ.ไทยรัฐ.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก : http://www.thairath.co.th/content/500490