เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

ชาวบ้านต้องหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยหลังแล้งเริ่มส่อเค้า

22 กุมภาพันธ์ 2561
2,234
หน้าแล้งเกษตรกรชาวจังหวัดบึงกาฬหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทนการปลูกข้าวนาปลังเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดแคลนน้ำ ชาวนาหลายคนจึงหันมาปลูกข้าวโพดที่ใช้น้ำน้อยปลูก 3 เดือน เก็บผลผลิตขายได้มีตลาดรองรับแน่นอนทั้งขายปลีกและขายส่ง
เกษตรกรชาวบ้านนาโนน ม.3 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ ที่มีอาชีพหลังในการทำนา กล่าวว่า หลังเสร็จจากทำนาปีครั้นจะปลูกข้าวนาปลังต่อก็กลัวว่าจะประสบกับปัญหาภัยแล้งและราคาตก จึงหันมาจับพื้นดินที่งอกเงยริมฝั่งโขงหลังน้ำลด ปลูกข้าวโพดที่ใช้น้ำน้อยระยะเวลาสั้นขาย อีกทั้งไม่มีปัญหาด้านการตลาดทั้งขายปลีกและขายส่งโรงงาน พื้นที่ปลูกติดริมฝั่งแม่น้ำโขงจึงไม่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำ จากภาวะฝนทิ้งช่วงในหน้าแล้ง โดยส่วนใหญ่เกษตรกรที่อยู่ในริมแม่น้ำโขง จึงหันมาปลูกพืชระยะสั้นและใช้น้ำน้อยแทน ทั้งข้าวโพด, ฟักทองและพืชชนิดอื่นๆ แทน เพราะพืชเหล่านี้เมื่อได้ผลผลิตออกมา จะมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อไม่อั้นจึงไม่เสี่ยงในด้านการตลาดเหมือนปลูกพืชชนิดอื่นๆ แต่ราคาก็ยังไม่แน่นอนมีขึ้นๆ ลงๆ ตามกลไกของตลาด แต่ก็ไม่ทำให้ขาดทุนแน่นอน ราคากิโลกรัมละ 10 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรพอใจ จึงทำให้เกษตรกรในจังหวัดบึงกาฬที่หันมาปลูกพืชเศรษฐกิจอันดับต้นๆ โดยเฉพาะข้าวโพด ที่มีอยู่กว่า 5,000 ไร่ ถือได้ว่า สร้างรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ดีกว่าการทำนาปลังที่เสี่ยงต่อการประสบกับปัญหาภัยแล้งและราคาตกต่ำ

ข้อมูลข่าวและที่มา
ผู้สื่อข่าว : พิสิษฐ์ ดวงแก้ว
ผู้เรียบเรียง : วรัญญา นันตาแก้ว
แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"ชาวบ้านต้องหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยหลังแล้งเริ่มส่อเค้า". (21-02-2561). สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์.: สืบค้นเมื่อ 22-02-2561, เข้าถึงได้จาก : http://thainews.prd.go.th/website_th/news/news_detail/WNEVN6102210010014