เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

คปภ.สั่งเร่งจ่ายสินไหม เล็งเพิ่มความคุ้มครอง-ลดเบี้ยน้ำท่วม

31 กรกฏาคม 2560
4,343
คปภ.ลุยช่วยน้ำท่วม สั่งเร่งจ่ายสินไหมเยียวยาน้ำท่วม ระบุเกษตรกรได้ชดเชยไร่ละ 1,260 บาทหากทำประกันไว้ พร้อมเล็งลดเบี้ย เพิ่มความคุ้มครองประกันข้าว เพิ่มความจูงใจมากขึ้นประกันไว้ พร้อมเล็งลดเบี้ย เพิ่มความคุ้มครองประกันข้าว เพิ่มความจูงใจมากขึ้น
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หลายจังหวัดในภาคอีสานยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ปริมาณน้ำเกินความจุกักเก็บทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงหนุนสูง ลำน้ำสาขาสายหลักที่รองรับน้ำเกิดปัญหาเอ่อล้นเข้าท่วมหลายจังหวัด และขณะนี้ยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดสกลนคร และจังหวัดนครพนม ที่น้ำยังเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มทั้งพื้นที่การเกษตร ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเสียหายทั้งบ้านเรือนและทรัพย์สิน ตลอดจนพืชผลทางการเกษตรเป็นอย่างมาก

สำนักงาน คปภ.มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้เป็นอย่างมาก ขณะนี้ได้ส่งพนักงานลงไปในพื้นที่สำรวจความเสียหายของประชาชน และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานของทางจังหวัด และร่วมมือกับสมาคมประกันวินาศภัยไทยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

จากการสำรวจพื้นที่จังหวัดสกลนคร พบว่ามีผู้ประสบภัย 6,858 ครัวเรือน จำนวน 25,799 คน และมีพื้นที่การเกษตรเสียหาย 23,331 ไร่ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉินแล้ว เกษตรกรที่ทำประกันภัยข้าวนาปีซึ่งได้รับความเสียหายสามารถเคลมความเสียหายได้ตามกรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปี โดยติดต่อที่ ธ.ก.ส.ในพื้นที่ ซึ่งจะมีระบบเชื่อมโยงไปถึงสมาคมประกันวินาศภัยไทย ส่วนทรัพย์สินที่เสียหาย รวมทั้งรถยนต์ที่จมน้ำ ทางจังหวัดได้มีการบูรณาการความร่วมมือในทุกภาคส่วนจัดรถยกไปไว้ในที่ปลอดภัย โดยในส่วนของสำนักงาน คปภ.ภาค และสำนักงาน คปภ.จังหวัดในพื้นที่ได้ประสานงานกับทางสมาคมประกันวินาศภัยไทยและชมรมประกันวินาศภัยเร่งรัดเรื่องการจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีทรัพย์สินที่เอาประกันภัยได้รับความเสียหายแล้ว

นอกจากนี้ เลขาธิการ คปภ.ได้สั่งการอย่างเร่งด่วนให้สำนักงาน คปภ.ภาค 3 (ขอนแก่น) ภาค 4 (นครราชสีมา) และ ภาค 5 (อุบลราชธานี) บูรณาการในการทำงานร่วมกัน โดยเปิดเป็นศูนย์เพื่อดำเนินการช่วยเหลือประชาชนด้านประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมครั้งนี้ รวมทั้งสั่งการให้คณะทำงานช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยและผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยประสานงานให้บริษัทประกันภัยสำรวจและสรุปรายงานความเสียหาย เพื่อจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้โดยเร็วต่อไป พร้อมทั้งให้รายงานให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงาน คปภ.เพื่อประสานความร่วมมือด้านข้อมูลการจัดทำประกันภัยของผู้ประสบภัย ประสานงานการสำรวจภัย และการประเมินความเสียหาย รวมทั้งรวบรวมข้อมูลความเสียหาย เพื่อติดตาม เร่งรัด ให้มีการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน รวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นธรรม

เลขาธิการ คปภ.กล่าวด้วยว่า กรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองกรณีน้ำท่วม ได้แก่ กรมธรรม์ประกันอัคคีภัย และซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติม กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยแบบประหยัดสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันซ์) กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ภาคสมัครใจ (ประเภท 1) หรือกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภทอื่นที่ซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติเพิ่มเติมกรมธรรม์ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) รวมถึงกรมธรรม์ประกันชีวิต

สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2560 ที่เกษตรกรได้ซื้อไปแล้วจะได้รับความคุ้มครองจากภัยน้ำท่วมหรือฝนตกหนักด้วย ซึ่งเกษตรกรจะได้รับวงเงินคุ้มครอง1,260 บาทต่อไร่ ขอให้ผู้เอาประกันภัยตรวจสอบกรมธรรม์ด้วยว่าเป็นแบบใดและคุ้มครองเพียงใด ซึ่งหากมีข้อสงสัยให้ประสานงานกับบริษัทที่รับประกันภัยหรือ สายด่วน คปภ.1186 โดยอย่าหลงเชื่อคำแอบอ้างใดๆ ทั้งสิ้น

นอกจากนี้ ในการประกันข้าวนาปี 2560 คปภ.มีแนวคิดในการลดเบี้ยประกันและเพิ่มความคุ้มครองมากขึ้นกว่าปี 2559 เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการทำประกันแก่เกษตรกร

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"คปภ.สั่งเร่งจ่ายสินไหม เล็งเพิ่มความคุ้มครอง-ลดเบี้ยน้ำท่วม". (30-07-2560). ผู้จัดการออนไลน์.: สืบค้นเมื่อ 31-07-2560, เข้าถึงได้จาก : http://www.manager.co.th/MutualFund/ViewNews.aspx?NewsID=9600000077267&Keyword=%e0%a1%c9%b5%c3