เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

ครม.ไฟเขียวลดภาษีหัก ณ ที่จ่าย ขายข้าว

01 กุมภาพันธ์ 2560
1,974
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบหลักการร่างกฎกระทรวง ฉบับที่... (พ.ศ....) ที่ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีเงินได้ ซึ่งเป็นการลดอัตราการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินค่าซื้อข้าว ลดเหลือร้อยละ 0.5 จากเดิม 0.75 เนื่องจากระบบการค้าข้าวปัจจุบัน ประกอบด้วย กระบวนการผลิต การแปรรูป และการจำหน่ายโดยมีเกษตรกรเป็นหน่วยผลิตต้นน้ำ ผลิตในรูปของข้าวเปลือกแล้วขายให้โรงสี พ่อค้าข้าวเปลือก ตัวแทน/นายหน้า (หยง) และสถาบันเกษตรกรหรือสถาบันของรัฐบาล โดยข้าวเปลือกที่เกษตรกรขาย โรงสีจะทำการแปรรูปเป็นข้าวสารเพื่อส่งออกเองโดยตรง ขายให้หยง โดยหยงจะขายต่อให้กับผู้ส่งออก และขายให้ผู้ค้าส่ง โดยผู้ค้าส่งจะบรรจุเป็นข้าวถุงขายให้ผู้ค้าปลีก ระบบการค้าข้าวมีผู้ประกอบการทั้งที่เป็นนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาในหลายขั้นตอน แต่ข้อกฎหมายกำหนดให้เฉพาะนิติบุคคลผู้ซื้อข้าวที่เป็นผู้ส่งออกมีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้ที่จ่ายให้กับบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่เป็นผู้ขายเท่านั้น ส่งผลให้ข้อมูลการบริหารจัดเก็บภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จากผู้ประกอบการค้าข้าวไม่ครบถ้วน
"ดังนั้น จึงเห็นควรปรับลดการจัดเก็บภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีสินค้าเกษตรประเภทข้าว เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพและระบบของการค้าข้าวในปัจจุบันที่มีกระบวนการและมีผู้เกี่ยวข้องหลายขั้นตอน และเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างอัตราภาษีเงินได้ที่มีการปรับลดอัตราลง"

ทั้งนี้การปรับปรุงการจัดเก็บภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายข้างต้น คาดว่าจะมีผลกระทบ 1.ช่วยลดภาระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ของผู้ขายสินค้าเกษตรประเภทข้าวที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้สูงกว่าภาระภาษีเงินได้ที่ต้องชำระ เนื่องจากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจากร้อยละ 30 เหลือเป็นร้อยละ 20

2.ก่อให้เกิดความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายทำให้มีฐานข้อมูลในการบริหารจัดเก็บภาษีผู้ประกอบการค้าข้าว ซึ่งจะช่วยป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีส่งผลให้การจัดเก็บภาษีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

3.อาจจะส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดของรัฐบาลในการจัดเก็บภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย แต่ในภาพรวมจะทำให้ภาครัฐจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"ครม.ไฟเขียวลดภาษีหัก ณ ที่จ่าย ขายข้าว". (31-01-2560). ประชาชาติธุรกิจ.: สืบค้นเมื่อ 01-02-2560,
เข้าถึงได้จาก : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1485861015