เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
พบโรคไหม้ระบาดนาข้าว ที่จังหวัดอุทัยธานี
13 มกราคม 2560
881
วันที่ 6 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดอุทัยธานี โดย นางสาวจุฑามาส กลิ่นเกล้า นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ พร้อมด้วยนายนิพัทธ์ สายสุ่ม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี ได้ออกติดตามสถานการณ์โรคไหม้ ในพื้นที่
เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดอุทัยธานี โดย นางสาวจุฑามาส กลิ่นเกล้า นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ พร้อมด้วยนายนิพัทธ์ สายสุ่ม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี ได้ออกติดตามสถานการณ์โรคไหม้ ในพื้นที่ ตำบลหลุมเข้า อำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี

พบว่าในแปลงเพาะปลูกข้าวของเกษตรกรมีการระบาดของโรคไหม้ข้าว ในแปลงปลูกข้าวพันธุ์ กข 41 จึงได้สอบถามเกษตรกรเจ้าของแปลง พบว่าเกษตรกรได้ใช้เมล็ดพันธุ์ปลูกในอัตรา 25-30 กก.ต่อไร่ และใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อบำรุงต้นข้าวในอัตราที่สูง

ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาสภาพอากาศมีความเหมาะสมกับการระบาดของโรคไหม้ จึงได้เกิดการระบาดของโรคไหม้ในแปลงปลูก เจ้าหน้าที่จึงได้ให้คำแนะนำแก่เกษตรกรในการป้องกันกำจัด และให้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมแนะนำอัตราในการใช้เมล็ดพันธุ์ และอัตราการใส่ปุ๋ยเคมีในฤดูปลูกถัดไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคไหม้ในแปลงปลูกอีก

สำหรับโรคไหม้สามารถทำลายข้าวได้ทุกระยะ ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว โดยโรคนี้จะเกิดขึ้นและแพร่ระบาดได้รุนแรง ถ้ามีสิ่งแวดล้อมเหมาะสม 4 ประการประกอบกัน คือ 1. การใช้พันธุ์ข้าวอ่อนแอต่อโรค ได้แก่ ขาวตาแห้ง และ กข 5 2. ความชื้นในอากาศค่อนข้างสูง ตั้งแต่ 90% ขึ้นไป โดยเฉพาะในช่วงบ่ายถึงเช้าวันรุ่งขึ้น 3. อุณหภูมิที่เหมาะสมคือ ระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียส และ 4. หว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวลงแปลงปลูกข้าวหนาแน่น และใช้ปุ๋ยไนโตรเจนที่สูงเกินไป

เมื่อเป็นโรคสังเกตได้ที่ลักษณะอาการในระยะกล้า ใบจะมีแผลจุดสีน้ำตาล ลักษณะคล้ายรูปตา มีสีเทาอยู่ตรงกลางแผล มีขนาดแตกต่างไป ความกว้างระหว่าง 2-5 มิลลิเมตร และความยาวประมาณ 10-15 มิลลิเมตร จุดแผลนี้จะสามารถขยายลุกลามจนแผลรวมกันทั่วบริเวณใบ ในกรณีที่โรครุนแรงกล้าข้าวจะแห้ง และฟุบตาย อาการคล้ายถูกไฟไหม้
ในระยะแตกกอ อาการของโรคจะพบได้ที่ใบ กาบใบ ข้อต่อของใบ และข้อต่อของลำต้นขนาดของแผลจะใหญ่กว่าที่พบในระยะกล้า แผลจะลุกลามติดต่อกันได้ที่บริเวณข้อต่อ ใบจะมีลักษณะแผลช้ำสีน้ำตาลดำ และใบมักหลุดจากกาบใบเสมอ

ถึงระยะแตกคอรวง ถ้าข้าวเพิ่งจะเริ่มให้รวง เมื่อถูกเชื้อรานี้เข้าทำลาย เมล็ดจะลีบหมด แต่ถ้าเป็นโรคตอนรวงข้าวแก่ใกล้เก็บเกี่ยว คอรวงจะปรากฏรอยแผลช้ำสีน้ำตาล ทำให้เปราะหักพับง่าย รวงข้าวร่วงหล่นเกิดความเสียหายมากกับเมล็ดข้าว เกษตรกรจะได้รับผล ผลิตน้อยลง

การป้องกันและกำจัดสามารถทำได้โดยเกษตรกรเอง โดยให้ใช้พันธุ์ข้าวที่ต้านทานที่เหมาะสมแต่ละท้องที่ ปัจจุบันพันธุ์ที่ค่อนข้างต้าน ทาน ได้แก่ กข 1, 9, 11 และ 21สุพรรณ บุรี 1 และคลองหลวง 1? ไม่ตกกล้าหนาแน่น

สำหรับอัตราเมล็ดพันธุ์ที่พอเหมาะในการปลูกคือ 15 -20 กิโลกรัมต่อไร่ พร้อมแบ่งแปลงให้มีการระบายถ่ายเทอากาศดี และไม่ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงจนเกินไป.

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"พบโรคไหม้ระบาดนาข้าว ที่จังหวัดอุทัยธานี". (13-01-2560). เดลินิวส์.: สืบค้นเมื่อ 13-01-2560,
เข้าถึงได้จาก : http://www.dailynews.co.th/agriculture/548369
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
23-30°C
เชียงใหม่
17-28°C
นครราชสีมา
20-28°C
ชลบุรี
23-28°C
นครศรีธรรมราช
24-25°C
ภูเก็ต
25-26°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×