เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
อภิรดีพบผู้นำเข้าจีนร้องขอให้ช่วยควบคุมดูแลคุณภาพข้าวไทย
15 ธันวาคม 2559
1,598
ผู้นำเข้าข้าวจีนร้องแก้ปัญหาปลอมปนข้าว "อภิรดี" แนะรวมตัวสร้างมาตรฐานร่วม หวังดันยอดค้าข้าวในจีนขยายตัว 10% ในปี?60 พร้อมปิ๊งไอเดียตั้งตลาดค้าส่งข้าวสารในไทย เปิดช่องชาวนาขายตรงถึงปลายทาง เตรียมส่งมอบข้าวจีทูจีลอต 2 อีกรอบ ม.ค. 60
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวระหว่างการเดินทางเยือนมณฑลกวางตุ้ง เขตหนานไห่ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมาว่า จากการหารือกับผู้นำเข้าข้าวและผู้ประกอบการตลาดค้าส่งข้าวในประเทศจีน 4 ราย ในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งนำเข้าข้าวขาว ข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียว ทำให้พบว่าการนำเข้าข้าวจากไทยลดลงเป็นอย่างมาก จากเดิมเคยนำเข้าข้าวจากไทย 90% เนื่องจากนโยบายรับจำนำข้าวในช่วงที่ผ่านมา ทำราคาข้าวไทยสูงแข่งขันได้ยาก แต่ปัจจุบันไม่มีนโยบายแทรกแซงราคาข้าว และส่งเสริมเกษตรกรในการเพาะปลูกเพิ่มผลผลิตข้าวให้มากขึ้น พร้อมยังคงคุณภาพข้าวให้ได้มาตรฐานเพื่อการส่งออกและแข่งขันในตลาดโลก จึงทำให้มั่นใจว่าจะขยายตลาดส่งออกข้าวในจีน ในปี 2560 ให้ได้เพิ่มขึ้น 10% และขยายตัวให้ได้ทุกปี

"ที่ผ่านมาผู้นำเข้าข้าวจีนพบปัญหาการแข่งขัน และการปลอมปนแล้วขายภายในประเทศ ดังนั้นจึงต้องการให้ฝ่ายไทยเข้ามาดูแลคุณภาพข้าวไทยในจีนมากขึ้น ไทยมีการควบคุมคุณภาพข้าวโดยกรมการค้าต่างประเทศ และผู้ส่งออกข้าวไทยทุกคนก็มีมาตรฐานการส่งออกข้าวทุกบริษัท และข้าวไทยยังได้รับรางวัลมาตรฐานข้าวที่ดีที่สุดในโลก ทำให้ได้รับการยอมรับผู้บริโภคและตลาดข้าวจากทั่วโลก ส่วนการควบคุมมาตรฐานภายในประเทศจีนนั้น ขอให้ผู้นำเข้าข้าวจีนรวมกลุ่ม เป็นชมรม เพื่อสร้างพลังในการสร้างและควบคุมมาตรฐานข้าวไทยในจีน และเปิดกว้างกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเชื่อมโยงกับผู้ส่งออกไทย เพื่อสร้างความร่วมมือและข้อตกลงในเรื่องคุณภาพ เพราะการสร้างจรรยาบรรณก็เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคของผู้นำเข้า และการทำตลาดในการสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้สูงขึ้น ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้ตลาดขยายตัว"

พร้อมกันนี้ เตรียมนำแนวคิดจัดตั้งตลาดกลางค้าส่งข้าวสารครั้งนี้ ไปหารือกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ผู้ส่งออก โรงสี เกษตรกรถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนแนวทางในการบริหารจัดการทั้งเรื่องระบบโลจิสติกส์ การขนส่งสินค้า ระบบชำระเงินการลงทุน ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง เพราะปัจจุบันไทยมีเฉพาะตลาดค้าส่งข้าวเปลือก หากมีตลาดค้าส่งข้าวสารจะช่วยเปิดโอกาสให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องไม่ใช่เฉพาะผู้ส่งออก แต่เกษตรกรก็จะสามารถซื้อขายข้าวได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม ตลาดนี้จำเป็นต้องได้มีการรับรองมาตรฐานของข้าวโดยไม่ต้องเปิดถุงก็สามารถทำการซื้อขายข้าวได้ด้วย

สำหรับการส่งข้าวสารให้กับรัฐบาลตามคำสั่งซื้อแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล(GtoG)ได้ส่งมอบสัญญาที่ 2 ลอตแรกปริมาณ 1 แสนตันครบแล้ว คาดว่าจะส่งมอบข้าวลอตต่อไป 1 แสนตัน ได้ในเดือนมกราคม 2560

Mr. Zhao Qi Peng ผู้จัดการใหญ่ บริษัท Guangtie Sanyanqiao Grain Goods Yard Co.,Ltd. ซึ่งเป็นผู้บริหารตลาด Sanyanqiao Grain and Oil Wholesale Market ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งข้าวสาร 1 ใน 3 ของจีน กล่าวว่า ตลาดนี้ขายให้กับผู้บริโภคภายในประเทศเป็นหลัก ส่วนใหญ่ข้าวสารที่ขายมีทั้งข้าวที่ผลิตได้ภายในประเทศ และนำเข้าข้าวจากต่างประเทศโดยนำเข้าอันดับ 1 จากเวียดนาม อันดับ 2 ปากีสถาน อันดับ 3 ไทย และอันดับ 4 ลาว ซึ่งข้าวที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่เป็นข้าวขาว และข้าวหอมมะลิ โดยผู้บริโภคยังคงเป็นตลาดระดับล่างชอบข้าวที่มีราคาถูก ดังนั้น ข้าวจากเวียดนามจึงเป็นที่นิยมเพราะราคาถูก ขณะที่ข้าวไทยยังมีราคาสูงกว่าเช่น ข้าวไทยครึ่งกิโลกรัมราคา 5 หยวน ข้าวจีนอยู่ที่ 2 หยวน หากไทยจะแข่งขันข้าวในจีนก็อาจต้องเน้นทำตลาดข้าวขาวให้มากขึ้น เพราะชาวจีนชอบ นอกจากนี้ หากไทยทำตลาดค้าข้าวสารก็เป็นโอกาสดีที่จะนำคณะผู้นำเข้าจีนไปเจรจาซื้อขายข้าวได้มากขึ้น

สำหรับตลาดแห่งนี้เป็นของเอกชนลงทุนเช่าพื้นที่ของภาครัฐนำเข้าตามโควตาที่ได้รับจัดสรรจากรัฐบาลภายในตลาดมีผู้ค้า 60 บริษัท กว่า 500 คูหา มีสินค้าข้าวเป็นหลัก จำหน่ายเพื่อกระจายออกไปในมณฑลใกล้เคียงทั้งทางรถ รถไฟ เป็นต้น

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"อภิรดีพบผู้นำเข้าจีนร้องขอให้ช่วยควบคุมดูแลคุณภาพข้าวไทย". (15-12-2559). ประชาชาติ.: สืบค้นเมื่อ 15-12-2559, เข้าถึงได้จาก : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1481709175#
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
24-29°C
เชียงใหม่
21-27°C
นครราชสีมา
22-28°C
ชลบุรี
24-28°C
นครศรีธรรมราช
24-30°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×