เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

ชาวนาอ่างทองร้องเรียนผช.รมต.พาณิชย์ดูแลราคาข้าวเปลือกตกต่ำ เหลือตันละ 5 พันบาท

27 ตุลาคม 2559
2,938
นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย หลังจากนำคณะลงพื้นที่ติดตามโครงการนาแปลงใหญ่ ต.เทวราช อ.ไชโย จ.อ่างทองวันนี้ (26 ต.ค)ว่า กรณีที่นายทรงพล พูลสวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกรจ.อ่างทอง ได้ร้องเรียนถึงปัญหาโรงงานอาหารสัตว์นำเข้าข้าวสาลีมาใช้เป็นวัตถุดิบอาหารมากขึ้น จนส่งผลกระทบต่อราคาข้าวเปลือก ราคาปลายข้าว ราคารำข้าวตกต่ำ รวมถึงราคาข้าวโพดต่ำกว่ากิโลกรัมละ 8 บาทนั้น ทางดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะหารือกับสมาคมอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ไทยในวันพรุ่งนี้(27ตุลาคม 2559) เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันเพิ่มเติมจากก่อนหน้านี้ที่ให้ผู้ประกอบการแจ้งปริมาณการนำเข้าและการเก็บสต็อกข้าวสาลี เพื่อให้กรมการค้าภายในสามารถบริหารจัดการได้
สำหรับผลการติดตามผลการสนับสนุนให้เกษตรกร ปรับมาปลูกข้าวตามโครงการนาแปลงใหญ่ ซึ่งภาครัฐทั้งกระทรงพาณิชย์จะมีการช่วยลดต้นทุนวัสดุทางการเกษตร และกระทรวงมหาดไทยช่วยลดค่าเช่านา และสนับสนุนให้โรงสีในพื้นที่ในราคาสูงกว่าตลาด ตันละ 200บาทขึ้นไปนั้น ปัจจุบันในจ.อ่างทองมีเกษตรกรร่วมโครงการ 228 ราย มีพื้นที่นาแปลงใหญ่ 3แปลง รวม 4,745ไร่ 2งาน ในต.ศาลาแดง อ.เมือง ต.เทวราช อ.ไชโย ต.วังน้ำเย็น อ.แสวงหา รวมปริมาณผลผลิต 4,276.55ตัน

โดยมีโรงสีเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 4 ราย ได้แก่ บริษัท เพชรสยามพิพัฒน์ธัญญา จำกัด หจก.โรงสีโพธิ์ทอง2 บริษัท เรียบหลีพัฒนา จำกัด และ บริษัท โรงสีทองชัยโย ซึ่งตกลงรับซื้อข้าวในราคาสูงกว่าตลาด ตันละ 200 บาท

"เฉพาะใน อ.ไชโยมีที่นาแปลงใหญ่ 1,300-1,400 ไร่ เกษตรกรมีปัญหาเรื่องน้ำท่วม ความชื้นข้าวสูง และกังวลราคาจะไม่ได้ตามที่ตกลงกันไว้ จึงมอบให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์(นายอิทธิพงศ์ คุณากรบดินทร์) ลงพื้นที่ติดตามการเก็บเกี่ยวซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนนี้เป็นต้นไป และการจำหน่ายผลผลิตว่าเป็นไปตามที่ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) หรือไม่"

นอกจากนี้กระทรวงยังสนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวโพดและมันสำปะหลังให้มาปลูกฟักทอง และฟักเขียวซึ่งมีระยะเวลาการปลูกสั้น เช่น ฟักทองเพียง 75-90 วัน ฟักเขียว80-90 วัน ต้นทุนการปลูกและดูแลรักษาน้อย แต่ตลาดมีความต้องการมากและมีราคารับซื้อสูง เช่น ฟักทอง ตันละ 9,000 บาทโดยสามารถจำหน่ายในประเทศได้ ราคา ตันละ 10,000-12,000 ส่วนฟักเขียว ตันละ 5,000 บาท โดยสามารถจำหน่ายในประเทศได้ ราคา ตันละ 7,000-8,000 บาท
นายวินิจฉัย กล่าเพิ่มเติมว่า กระทรวงจะมี การลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพราะนายกรัฐมนตรีมีเป็นห่วงสถานการณ์ราคาสินค้าและราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ จึงกำชับให้กระทรวงฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และทำความเข้าใจกับเกษตรกรถึงแนวทางการดำเนินโครงการรักษาเสถียรภาพราคาคาข้าวนาปี 2559/2560 ซึ่งมีถึง 19 มาตรการ เช่น มาตรการชดเชยดอกเบี้ยให้โรงสี โครงการให้เกษตรกรเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉาง เพื่อชะลอไม่ให้ผลผลิตออกสู่ตลาด รวมถึงมาตรการผลักดันการขยายตลาดส่งออก เช่น การขายข้าวให้รัฐบาลฟิลลิปปินส์ 1 แสนตัน และกำลังจะประมูลเพิ่มอีก 2.5 แสนตัน การขายข้าวให้จีนอีก 1 ล้านตัน เป็นต้น

อนึ่ง รายงานสถานการณ์การผลิตข้าวโดยรวมของปี 2559/2560 จ.อ่างทอง มีพื้นที่ 327,700ไร่ ลดลง 1.6% จากปีก่อน โดยปกติผลผลิตข้าวตะออกสู่ตลาดปลายเดือนตุลาคม - ต้นเดือนพฤศจิกายน แต่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงต้นตุลาคม เพื่อหนีน้ำส่งผลให้ข้าวมีความชื้นและมีราคาลดลงเพียงตันละ 5,000-6,000 บาท
ทั้งนี้ ปัจจุบันราคาซื้อขายข้าวเปลือก ช่วง 3 ต.ค.-25 ต.ค. 2559 แต่ละชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า5% ความชื้น 15% ตันละ 7,710 บาท ความชื้น 20-25% ตันละ6,490 บาท และความชื้น 25-28% ตันละ 6,340 บาท
ข้าวเปลือกปทุม ความชื้น15% ตันละ 7,925บาท ความชื้น 20-25% ตันละ 6,940 บาทและความชื้น 25-28% ตันละ 6,680 บาท

ส่วนสถานการณ์อุทกภัยของจ.อ่างทอง เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2559 เป็นผลจากการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาจากจ.ชัยนาท ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นและท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมตลิ่งบริเวณริมแม่น้ำน้อยและแม่น้ำเจ้าพระยา 6ในทั้งหมด 7อำเภอ โดยในจำนวนนี้เป็นพื้นที่การเกษตร 7,490 ไร่ เช่น นาข้าว 7,128ไร่ พืชสวน 324ไร่ พืชไร่ 33 ไร่ คาดว่าจะเสียหาย 4,927 ไร่ ซึ่งทางจังหวัดได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ เพื่อให้จ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกร 1,113 บาทต่อไร่แล้ว
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"ชาวนาอ่างทองร้องเรียนผช.รมต.พาณิชย์ดูแลราคาข้าวเปลือกตกต่ำ เหลือตันละ 5 พันบาท". (26-10-2559).
ประชาชาติธุรกิจ.: สืบค้นเมื่อ 27-10-2559, เข้าถึงได้จาก : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1477474529