เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

ก.เกษตรฯหวั่นผลผลิตนาปีเสียหาย เหตุฝนตกล่าช้าข้าวออกพร้อมกัน

01 กันยายน 2559
2,036
กรมการข้าวเผยชาวนาปลูกข้าวรอบแรก 54.8 ล้านไร่ ชี้น้ำหลากยังไม่กระทบพื้นที่ทำนา แต่ยังต้องจับตาสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง นัดหารือบอร์ดน้ำ 15 ก.ย.นี้ ด้าน ธ.ก.ส.ตั้งเป้าซื้อขายข้าวสารและสินค้าชุมชนลูกค้าธนาคารปีนี้จนถึงไตรมาสแรกปีหน้ากว่า 500 ล้าน
นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าวเปิดเผยภายหลังการจัดการประชุมวิชาการข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด "งานวิจัยข้าวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงของโลก"ว่า ขณะนี้ชาวนาได้ปลูกข้าวรอบแรกอยู่ที่ 54.8 ล้านไร่ จากแผนการผลิตข้าวครบวงจรปี 2559/60 นั้น คาดการณ์ว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงประมาณเดือน ต.ค.-ธ.ค.นี้ ซึ่งได้มีการประเมินว่าข้าวจะไปกระจุกตัวอาจทำให้ปริมาณล้นเกินความต้องการของตลาด ในเรื่องนี้ได้หารือกับกระทรวงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง ให้มีการระบายข้าวเดิมก่อนที่จะถึงเดือนตุลาคมนี้ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือรถเกี่ยวข้าวจะไม่เพียงพอแก่เกษตรกรมากกว่า หากต้องเก็บเกี่ยวในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ยังไม่ได้รับรายงานว่า พื้นที่นาข้าวได้รับความเสียหาย เนื่องจากปีนี้ฝนมาล่าช้า เกษตรกรจำนวนมากปรับเปลี่ยนการเพาะปลูก ใช้พื้นที่ไปทำเกษตรกรรมอื่น อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 15 ก.ย.ศกนี้จะมีการหารือร่วมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำเพื่อประเมินสถานการณ์

"รัฐบาลได้เน้นย้ำมาตรการลดการผลิตข้าวสู่การเลี้ยงสัตว์หรือพืชอื่นเพื่อลดความเสี่ยงและเป็นอีกโครงการทางเลือกเพื่อให้ชาวนาปรับตัวตามสถานการณ์ปัจจุบันไม่ใช่การเลิกจ้างชาวนาปลูกข้าวอย่างที่มีความกังวล ส่วนเรื่องน้ำต้องจับตาสถานการณ์ ซึ่งกลางเดือน ก.ย.จะมีการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์น้ำก่อนเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต"

นายอดิเรก วงษ์คงคำ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาลูกค้าและชนบท ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ในปีนี้จนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2560 ธ.ก.ส.ตั้งเป้าวางตลาด e-Commerce ไว้ที่ 500 ล้านบาท เชื่อมโยงการซื้อขายข้าวสารเป็นสินค้าหลักร่วมกับ Tarad.com เพื่อความรวดเร็วและทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ข้อมูลล่าสุดตั้งแต่ 1 เม.ย.-20 ส.ค. 2559 มียอดซื้อขายรวม 190 ล้านบาท ทั้งนี้ จากเดิมปี 2556 ได้ทดลองกับสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. (สกต.) เชื่อมโยงซื้อขายข้าวสารระหว่างกันด้วย e-Commerce โดยเริ่มจาก สกต.ผู้ผลิตข้าวสาร 11 ราย มียอดซื้อขาย 41 ล้านบาท และในปี 2557 ได้ขยายจากการซื้อขายระหว่าง สกต.กับ สกต. ถึงผู้บริโภคทั่วไป และได้เพิ่มประเภทสินค้าจากข้าวสาร อาทิ สินค้าชุมชนและเพิ่มรูปแบบการซื้อขายจากธุรกิจกับธุรกิจ (B/B) เป็นธุรกิจกับผู้บริโภค (B/C) มียอดขายทั้งปีประมาณ 112 ล้านบาท ดังนั้น การดำเนินการที่ผ่านมาทำให้มองว่าตลาด e-Commerce สำหรับสินค้าเกษตรสามารถซื้อขายได้ ที่สำคัญคือช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่เกษตรกรสู่สากล เกษตรกรปรับตัวเพื่อลดความเสี่ยงภัยธรรมชาติ รวมทั้งเป็นการยกระดับภาคการเกษตรสู่สากล

"ปัจจุบันการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางที่ทั้งสะดวกและรวดเร็วซึ่งธ.ก.ส. มองว่า ลูกค้ากว่า 70% ประกอบอาชีพทำนา ดังนั้น e-Commerce จะเป็นตลาดแนวใหม่ และมั่นใจว่าในอนาคตจะเป็นตลาดที่สำคัญมาก เกษตรกรต้องพร้อมปรับตัวเพื่อก้าวสู่ยุค Digital Economy ไปพร้อมกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0"

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"ก.เกษตรฯหวั่นผลผลิตนาปีเสียหาย เหตุฝนตกล่าช้าข้าวออกพร้อมกัน". (01-09-2559). ประชาชาติธุรกิจ.:
สืบค้นเมื่อ, 01-09-2559, เข้าถึงได้จาก : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1472631776#