เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
 
ไทยทวงคืนตลาดข้าวสิงคโปร์ บาสมาติ แซงหน้ากินแชร์41%
01 สิงหาคม 2559
1,345
พาณิชย์ยันกับผู้นำเข้าข้าวไทยในสิงคโปร์ ไม่มีนโยบายจำนำข้าวแน่ มั่นใจส่งออกข้าวไทยตลาดนี้ปริมาณ 1.3 แสนตัน ด้านผู้ส่งออกหวั่นผู้บริโภคสิงคโปร์รับข้าวอินเดียมากขึ้น กระทบส่วนแบ่งข้าวไทย วอนให้ยกเลิกข้าวหอมมะลิ 98% คง 92% ไว้ให้ทำตลาดง่ายขึ้น
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการหารือกับกลุ่มผู้ค้าข้าว หรือ Traders และผู้นำเข้าข้าวของประเทศสิงคโปร์ว่า ทางกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยกว่า 10 ราย ได้ยืนยันนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบันถึงการดูแลข้าวในประเทศ จะไม่มีการเข้าไปแทรกแซงราคาข้าวผ่านนโยบายการรับจำนำข้าว แต่จะดูแลให้เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น และรักษาคุณภาพข้าวให้ได้มาตรฐาน อีกทั้งมั่นใจว่าตลาดข้าวไทยในสิงคโปร์ ปี 2559 จะกลับมาครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ได้ คาดมูลค่าการส่งออกข้าวจะอยู่ที่ปริมาณ 130,000 ตัน

นอกจากนี้ได้หารือถึงสถานการณ์ตลาดข้าวครึ่งปีหลัง และแนวโน้มราคาสินค้าด้วย โดยผู้ค้าข้าว และผู้นำเข้าข้าวยังต้องการให้ทางกระทรวงพาณิชย์ วางแนวทางหรือแผนการระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลไว้ล่วงหน้า เนื่องจากต้องยอมรับว่า ช่วงที่มีการระบายสต๊อกข้าวของรัฐบาลไทยนั้น ส่งผลกระทบและอุปสรรคในการระบาย การส่งออกข้าวเก่าไปในตลาด

แอฟริกา ซึ่งต้องการทราบล่วงหน้าเพื่อจัดทำแผนการตลาดข้าวเก่าในตลาดแอฟริกาต่อไป อย่างไรก็ดี ตลาดข้าวไทยในสิงคโปร์ในช่วงครึ่งปีแรกสามารถส่งออกได้กว่า 50% และเชื่อว่าครึ่งปีหลังน่าจะขยายตัวได้ตามเป้าที่วางไว้

ส่วนการทำตลาดข้าวไทยในฤดูกาลหน้า ขณะนี้ปริมาณน้ำฝนดีขึ้นส่งผลดีต่อผลผลิตข้าว คาดว่าจะออกมาดีทั้งของไทย อินเดีย เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งจะมีผลผลิตออกมาพร้อมกัน ดังนั้นในเร็ว ๆ นี้จะมีการหารือกับเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องถึงแผนการทำตลาดข้าว

พร้อมเดินสายโปรโมตข้าวในต่างประเทศ ทั้งอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ต่อไป รวมทั้งเน้นการทำตลาดข้าวเพื่อสุขภาพให้มากขึ้น ทั้งข้าวเกษตรอินทรีย์ ข้าวออร์แกนิก และข้าวสีของไทย เนื่องจากได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ปัจจุบันต้องยอมรับว่า ส่วนแบ่งตลาดข้าวไทยในสิงคโปร์ ถูกอินเดีย และเวียดนาม ดึงส่วนแบ่งตลาดไปมาก ปัจจุบันไทยครองส่วนแบ่งข้าวในตลาดสิงคโปร์ อยู่ที่ 30% หรือปริมาณ 1.28 แสนตัน จากเดิมที่มีส่วนแบ่งตลาดถึง 60% ซึ่งอยู่ในช่วงก่อนการดำเนินนโยบายจำนำข้าว ขณะที่ข้าว

บาสมาติของอินเดีย มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นถึง 41% หรือปริมาณ 1.7 แสนตัน เพิ่มขึ้นประมาณ 2-3% ในปีที่ผ่านมา จากที่เคยส่งออกได้เพียง 5.7 หมื่นตันเท่านั้น

โดยสถานการณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผู้ส่งออกข้าวไทยกังวล เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคได้เปลี่ยนไปและเริ่มให้การยอมรับการบริโภคข้าวอินเดียมากขึ้น ขณะที่ราคาข้าวไทยและข้าวอินเดียปัจจุบันราคาใกล้เคียงกันมาก โดยข้าวอินเดียอยู่ที่ราคา 750 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่วนข้าวหอมมะลิไทยราคาอยู่ที่ 800 เหรียญสหรัฐต่อตัน จากเดิมที่ราคาข้าวมีความต่างกันมาก อาจจะทำให้การทำตลาดข้าวไทยลำบากขึ้น โดยเฉพาะปัจจุบันข้าวหอมมะลิไทยอยู่ระดับที่ 98% ซึ่งเป็นเรื่องผู้ส่งออกส่วนใหญ่ทำไม่ได้และต้องการให้ยกเลิก และคงให้เหลือเพียงข้าวหอมมะลิ 92% เท่านั้น เพื่อคงให้ดูพรีเมี่ยมที่ในระดับนี้เท่านั้น

นอกจากนี้ ต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เดินทางเยือนประเทศผู้นำเข้าอื่น ๆ ด้วย เช่น กลุ่มประเทศในเอเชีย ทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย ญี่ปุ่น เป็นต้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้นำเข้าและขยายปริมาณ และมูลค่าการส่งออกข้าวให้เพิ่มขึ้น ซึ่งตั้งเป้าการส่งออกข้าวในเอเชียจะขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 30% ให้ได้ เนื่องจากเห็นแนวโน้มการเติบโตและความต้องการบริโภคข้าวไทยมากขึ้น

นายโฮ เชียง อาว (Ho Siang Ow) ผู้จัดการ บริษัท WTC จำกัด 1 ใน 7 ผู้นำเข้าและผู้ค้าของสิงคโปร์ ที่เข้าร่วมหารือกับกระทรวงพาณิชย์ และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ข้าวไทยโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิไทย ยอมรับว่าในปี 2559 ความต้องการเพิ่มขึ้น แต่ความนิยมข้าวไทยของผู้บริโภคสิงคโปร์ยังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งต้องการให้ผู้ส่งออกข้าวไทยคงคุณภาพข้าวหอมมะลิให้ดีขึ้น เพื่อรักษาตลาดข้าวไทยในตลาดสิงคโปร์ไว้ และมุ่งทำตลาดโปรโมตข้าวให้มากขึ้น

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"ไทยทวงคืนตลาดข้าวสิงคโปร์ บาสมาติ แซงหน้ากินแชร์41%". (31-07-2559). ประชาชาติธุรกิจ.: สืบค้นเมื่อ 01-08-2559, เข้าถึงได้จาก : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1469953824#
    
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×