เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

ได้เวลา...โรคไหม้ข้าว

21 กรกฏาคม 2559
4,493
เพราะอากาศเป็นใจให้เชื้อรา Pyriculariaoryzaecav เจริญเติบโตได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำนาหว่านที่ใช้เมล็ดพันธุ์มาก ต้นข้าวงอกขึ้นหนาแน่น มีการใส่ปุ๋ยยูเรียมาก และเมื่อมาบวกผสมกับการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอต่อโรคไหม้ เช่น พันธุ์ขาวตาแห้ง, เหนียวอุบล, เหนียวสันป่าตอง, กข 6, กข 23 การระบาดจะยิ่งมากเป็นพิเศษ
อาการของโรค ที่ใบจะมีแผลจุดสีน้ำตาลลักษณะคล้ายรูปตาหรือกระสวย มีสีเทาปนอยู่ตรงกลางแผลมีขนาดแตกต่างกัน และสามารถลุกลามติดต่อกันทั้งใบ ถ้าอาการรุนแรงข้าวจะแห้งตายในที่สุด อาการคล้ายถูกไฟไหม้ ถ้าเป็นที่กาบใบ ใบมักหลุดออกจากกาบใบ เมล็ดลีบ หรือถ้าเป็นที่คอรวงจะทำให้เมล็ดลีบ คอรวงจะปรากฏแผลสีน้ำตาล ทำให้หักพับลง

เพื่อป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้น กรมส่งเสริมการเกษตร แนะให้เลือกปลูกพันธุ์ข้าวต้านทานต่อโรค กข 7, กข 13, ชัยนาท 1, สุพรรณบุรี 60, สุพรรณบุรี 90, พิษณุโลก 60?2, หางยี 71 และ เหมยนอง

อย่าปลูกข้าวหนาแน่นมากเกินไป และอย่าใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป

สำหรับในแหล่งที่เคยมีการระบาดควรคลุกหรือแช่เมล็ดพันธุ์ข้าวด้วยสารเคมีป้องกันเชื้อราก่อนปลูก จำพวก คาร์เบนดาซิม, คาซูกาไมซิน,
ไตรไซคลาโซล หรือโพรคลอราช

กรณีเกษตรกรลงมือปลูกไปแล้ว ไม่ได้หาวิธีป้องกันไว้ก่อน เมื่อเริ่มพบโรคนี้เกิดขึ้นในแปลงนาของตัวเอง แนะนำให้ฉีดพ่นด้วยสารเคมีกำจัดเชื้อรา เช่น ไตรไซคลาโซล, คาร์เบนดาซิมบีโนมิล+ไธแรม, ไตรโฟรีน หรือไอบีพี

หากพบการระบาดรุนแรงให้รีบแจ้งเกษตรตำบลใกล้บ้านหรือแจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอทันที เพื่อจะได้หาทางป้องกันและรักษาถูกวิธี ป้องกันการลุกลามไปในวงกว้าง...มีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด กลุ่มอารักพืช สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลใกล้บ้าน.


สะ-เล-เต

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"ได้เวลา...โรคไหม้ข้าว.". (20-07-2559). ไทยรัฐ.: สืบค้นเมื่อ 21-07-2559,
เข้าถึงได้จาก : http://www.thairath.co.th/content/667219