เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

ปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง ทางเลือก ทางรอดยุคน้ำขาดแคลน

08 มีนาคม 2559
2,225
จากสถานการณ์ภัยแล้งที่ต่อเนื่องและมีแนวโน้มรุนแรง เป็นปัญหาหนักของเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาแม้กระทั่งในเขตพื้นที่ชลประทานเองก็ไม่สามารถที่จะทำการปลูกข้าวนาปรังได้ หรือแม้กระทั่งการปลูกข้าวนาปีก็ตามยังต้องหวั่นใจว่าจะมีน้ำเพียงพอหรือไม่ ด้วยสภาพภูมิอากาศที่ค่อนข้างแปรปรวน ฝนที่อาจจะมาล่าช้ากว่าปกติ ซึ่งการปลูกข้าวของเกษตรกรไทยที่อาศัยน้ำฝนเป็นหลักนั้นคงต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตที่จะสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งรณรงค์ส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวโดยวิธีเปียกสลับแห้งเพื่อการประหยัดน้ำ อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวให้เกิดความยั่งยืน รองรับสถานการณ์ภัยแล้งที่จะส่งผลกระทบต่อการผลิตข้าวของเกษตรกรไทย

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า เทคโนโลยีการผลิตข้าวโดยวิธีเปียกสลับแห้งนี้ กรมการข้าวได้มีการศึกษาและทำการเผยแพร่สู่ชาวนามาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยสถานการณ์น้ำในช่วงที่ผ่านมายังไม่ถึงขั้นวิกฤติ
ชาวนาโดยเฉพาะในเขตชลประทาน ยังคงมีน้ำทำนาได้เพียงพอจึงไม่มีความสนใจมากนัก แต่เมื่อสถานการณ์น้ำในปัจจุบันที่ภาวะภัยแล้งรุนแรง จนส่งผลกระทบต่อการทำนา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศขอให้ชาวนางดทำนาปรังในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลอง ตั้งแต่ปีการผลิต 2557/58 ต่อเนื่องมาปี 2558/59

กรมการข้าวจึงได้ทำโครงการการใช้เทคโนโลยีการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ ความเข้าใจถึงวิธีการใช้น้ำในการปลูกข้าวอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งได้ดำเนินการในพื้นที่ 22 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อเป็นแปลงสาธิตการปลูกข้าวแบบใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมให้การยอมรับในเทคโนโลยีที่กรมการข้าว ได้เข้าไปส่งเสริมว่าสามารถนำไปใช้ได้จริงและสามารถประหยัดน้ำได้กว่าวิธีการเดิมของเกษตรกรไม่ต่ำกว่า ไร่ละ 15-30% กรมการข้าวจึงได้ขยายผลโครงการ โดยครั้งนี้ดำเนินการเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานที่มีแหล่งน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูกข้าวนาปรัง ฤดูกาลผลิต 2558/59 ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 20 จังหวัด
ทั้งนี้ เพื่อแสดงให้ชาวนาได้เห็นว่า เทคโนโลยีการปลูกข้าวโดยวิธีเปียกสลับแห้ง สามารถดำเนินการได้ทุกพื้นที่ที่มีสภาพเหมาะสม และไม่เพียงแต่เฉพาะในช่วงวิกฤติภัยแล้งเท่านั้น สามารถนำวิธีการนี้ไปใช้ในการปลูกข้าวได้ทุกฤดู เนื่องจากทุกฝ่ายต้องช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด อีกทั้งการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้งยังสามารถตอบสนองนโยบายการลดต้นทุนการผลิต เพราะเมื่อชาวนาไม่ต้องสูบน้ำเข้านาตลอดเวลาก็ช่วยลดต้นทุนในส่วนของค่าน้ำมันเชื้อเพลิง
ในการสูบน้ำเข้านาประมาณ 30% และการไม่มีน้ำขังในนาตลอดเวลายังช่วยลดปัญหาโรคและแมลง จึงลดต้นทุนค่าสารเคมีป้องกันกำจัดโรคแมลง ที่สำคัญการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้งเป็นการแกล้งข้าว ช่วยกระตุ้นการเพิ่มรากข้าวแตกใหม่และดูดซึมธาตุอาหารได้ดีขึ้น ต้นข้าวจึงมีความแข็งแรงและได้ผลผลิตดีขึ้น

พันจ่าโท เฉลียว น้อยแสง ชาวนา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท หนึ่งในเกษตรกรต้นแบบที่ปลูกข้าวโดยวิธีเปียกสลับแห้งเล่าว่า การทำนาแบบเปียกสลับแห้งที่กรมการข้าวได้เข้ามาส่งเสริมนั้น เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยลดการใช้น้ำอย่างมาก โดยเมื่อก่อนทำนาจะใช้น้ำมากเพราะต้องขังน้ำไว้ในนาตลอดเวลา ทำให้พื้นที่นา 1 ไร่ จะต้องใช้น้ำประมาณ 1,200 ลบ.ม.ต่อฤดูกาลผลิต พอมาปลูกข้าวโดยวิธีเปียกสลับแห้ง จะใช้น้ำลดลงเหลือประมาณ 550-600 ลบ.ม./ไร่/ฤดูทำให้แม้ว่าช่วงไหนที่สถานการณ์น้ำน้อยชาวนาก็ยังสามารถปลูกข้าวได้ ประโยชน์อีกอย่างของการปล่อยให้นาเปียกสลับกับแห้งคือ เวลาที่ปล่อยให้น้ำแห้งจนดินแตกระแหง จะทำให้รากข้าวขาด เวลาใส่ปุ๋ยลงไปในดินที่แตกระแหงและเติมน้ำเข้านาปุ๋ยจะละลายอยู่ตรงบริเวณรากข้าว ข้าวที่ได้น้ำก็จะแตกรากใหม่สามารถดูดซับปุ๋ย ธาตุอาหารได้ดีขึ้น ทำให้ต้นข้าวเจริญเติบโตแข็งแรงและให้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นด้วย

ข้อดีประการถัดมา คือ ถ้าไม่ต้องสูบน้ำเข้านาตลอดเวลาก็ช่วยลดค่าน้ำมันเครื่องสูบน้ำได้จากเดิมไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง ส่วนค่าปุ๋ยก็ลดลงเพราะหว่านปุ๋ยตอนนาแห้งช่วยให้ต้นข้าวได้ปุ๋ยโดยตรง ปุ๋ยไม่ระเหยไปกับอากาศหรือละลายไปกับน้ำมากเหมือนแต่ก่อน สารเคมีกำจัดศัตรูพืชก็ลดลงมากเช่นกัน เพราะปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้งนั้นนอกจากต้นข้าวแข็งแรงแล้ว ปัญหาโรคแมลงก็ไม่ค่อยพบ

จากงานวิชาการของกรมการข้าวสู่แปลงนาต้นแบบ สามารถยืนยันได้ว่าการปลูกข้าวโดยวิธีเปียกสลับแห้งนั้น สามารถช่วยลดการใช้น้ำในการปลูกข้าว อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ที่สำคัญสามารถรองรับกับสถานการณ์น้ำในปัจจุบันและอนาคตได้เป็นอย่างดี

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"ปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง ทางเลือก ทางรอดยุคน้ำขาดแคลน.". (01-03-2559). แนวหน้า.: สืบค้นเมื่อ 08-03-2559,
เข้าถึงได้จาก : http://www.naewna.com/local/204744