เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

ชาวนาบุรีรัมย์ตระเวนรับจ้างตัดอ้อยเลี้ยงครอบครัว

16 กุมภาพันธ์ 2559
2,979
บุรีรัมย์ - ชาวบ้านเกษตรกร ต.พรสำราญ อ.คูเมือง บุรีรัมย์ กว่า 20 ครัวเรือน ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งไม่มีน้ำทำนาปรังและปลูกพืชผักขาย ดิ้นรนออกตระเวนหารับจ้างตัดอ้อยวันละ 200 บาท หาเงินเลี้ยงครอบครัวช่วงหน้าแล้ง ขณะสระแหล่งน้ำดิบผลิตประปาหมู่บ้านการะโก อ.คูเมือง แห้งขอดกว่า 140 ครัวเรือนเดือดร้อนต้องซื้อน้ำกินน้ำใช้ วอนรัฐเร่งช่วยเหลือทั้งระยะสั้น-ยาว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งขยายวงกว้างหลายพื้นที่ของ จ.บุรีรัมย์ โดยเฉพาะชาวบ้านและเกษตรกรบ้านโคกเพชร ต.พรสำราญ อ.คูเมือง กว่า 20 ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้งไม่มีน้ำทำนาปรัง และเพาะปลูกพืชผักไม่ได้เหมือนทุกปีที่ผ่านมา ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดโดยการออกตระเวนหารับจ้างตัดอ้อยทั้งในพื้นที่ ต.พรสำราญ และตำบลใกล้เคียง เพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัวในช่วงหน้าแล้ง

โดยแต่ละวันชาวบ้านมีรายได้จากการออกหารับจ้างตัดอ้อยรายละ 200 บาทเท่านั้น เพราะอ้อยค่อนข้างตัดยากกว่าพืชชนิดอื่น แต่พอบรรเทาความเดือดร้อนได้ในระดับหนึ่ง และชาวบ้านต้องพากันออกตระเวนหารับจ้างตัดอ้อยไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีฝนตกลงมาจึงจะหันมาทำนาหรือปลูกพืชผัก

นางรำพึง สามัญ อายุ 51 ปี ชาวบ้านบ้านโคกเพชร กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่ออกมารับจ้างตัดอ้อยเนื่องจากประสบปัญหาภัยแล้งไม่มีน้ำทำนาปรัง และไม่มีน้ำเพาะปลูกพืชผักส่งขายทำให้ขาดรายได้ จึงต้องออกมาตระเวนหารับจ้างแม้อายุมากและเป็นงานหนักก็ต้องทนเพราะต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัว หากไปทำงานอย่างอื่นเขาคงไม่รับ โดยตนมีรายได้จากการรับจ้างตัดอ้อยเพียงวันละ 200 บาท แม้เป็นรายได้ที่ไม่น้อยและไม่แน่นอนแต่พอแก้ขัดให้สามารถผ่านพ้นช่วงหน้าแล้งนี้ไปได้

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า วันเดียวกันนี้ (15 ก.พ.) ตัวแทนชาวบ้านการะโก ม.8 ต.หินเหล็กไฟ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ได้ร่วมกันออกมาร้องขอความช่วยเหลือ หลังประสบปัญหาภัยแล้งสระน้ำหนองรักษ์ที่เป็นแหล่งน้ำดิบในการผลิตประปามีสภาพแห้งขอด ไม่สามารถสูบขึ้นไปผลิตประปาได้ ประกอบกับระบบประปาบาดาลหมู่บ้านก็ไม่สามารถใช้การได้ ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านกว่า 140 หลังคาเรือนต้องซื้อน้ำอุปโภคบริโภค ครัวเรือนละ 400-500 บาทต่อเดือน เป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้ว สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก

ล่าสุดได้มีการย้ายระบบประปาไปอาศัยน้ำดิบจากห้วยลึกซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อสูบน้ำขึ้นมาผลิตประปาแทนสระหนองรักษ์ แต่ขณะนี้เริ่มมีสภาพตื้นเขินอีก เนื่องจากบ้านท่าม่วง (นาหลวง) ม.10 ต้องใช้น้ำจากห้วยลึกเป็นแหล่งน้ำดิบผลิตประปาเช่นเดียวกัน คาดว่าน้ำที่เหลือจะใช้ได้ถึงเพียงเดือนมีนาคมเท่านั้นจะแห้งขอด

จากผลกระทบดังกล่าวจึงอยากร้องขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งเข้ามาให้ความช่วยเหลือโดยการนำน้ำสะอาดมาแจกจ่ายเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายจากการซื้อน้ำอุปโภคบริโภคให้แก่ชาวบ้าน

ส่วนระยะยาวอยากให้ดำเนินการขุดลอกสระหนองรักษ์ให้ลึกกว่าเดิม พร้อมทำคลองเชื่อมเพื่อดึงน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติใกล้เคียงมาเติม เพื่อให้มีน้ำกักเก็บไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปีแก้ปัญหาความเดือดร้อนอย่างยั่งยืนด้วย

นายสวาท ประสงค์สกุลชัย อายุ 60 ปี ตัวแทนชาวบ้านบ้านการะโก บอกว่า ชาวบ้านในหมู่บ้านได้ประสบปัญหาเดือดร้อนจากภัยแล้งมาต่อเนื่อง 5 ปีแล้ว ที่ผ่านมาเคยร้องเรียนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้เร่งหาแนวทางช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ทั้งในระยะสั้นโดยการนำน้ำสะอาดมาแจกจ่าย และเข้ามาสำรวจขุดลอกแหล่งน้ำดิบพร้อมทำคลองเชื่อม เพื่อให้กักเก็บน้ำไว้อุปโภคบริโภคได้ตลอดทั้งปีในระยะยาวด้วย


แหล่งที่มาของข้อมูล : "แล้งไร้แม้น้ำปลูกผัก! ชาวนาบุรีรัมย์ตระเวนรับจ้างตัดอ้อยเลี้ยงครอบครัว-ซื้อน้ำกิน .". [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9590000016630

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9590000016630