เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

เกษตรเชียงรายเดินหน้ารณรงค์ไม่เผาตอซังข้าว

22 ธันวาคม 2558
2,796
เกษตรจังหวัดเชียงราย เชิญชวนเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและใกล้เคียง ร่วมกันรณรงค์ไม่เผาตอซังข้าวในทุกพื้นที่ เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต โดยไถกลบตอซังข้าว เพื่อปรับปรุงบำรุงดิน เพิ่มผลผลิตข้าวในนา โดยไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมีพร้อมแนะผลเสียจากการเผาตอซัง และประโยชน์ของการไถกลบตอซังแบบเห็นได้ชัด ที่ประกาศจังหวัดเชียงรายบังคับใช้แล้ว
นายสันติภาพ แสงออมสิน หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตร จ.เชียงราย ให้สัมภาษณ์ผ่านทางศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกัน จ.เชียงราย กล่าวว่า ช่วงนี้เกษตรกรในจังหวัดเชียงราย ได้ทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปีกันหมดแล้ว หลังจากนี้ไปจะช่วงที่เกษตรกรทำการเตรียมดินเพื่อทำการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งหลังการทำนา จึงถือโอกาสนี้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องเกษตรกรร่วมกันรณรงค์ไม่เผาฟางข้าวหรือตอซัง ซึ่งได้มีการประกาศจังหวัดเชียงราย เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันไฟป่าและการเผาในที่โล่ง (งดการเผาทุกชนิดโดยเด็ดขาดตั้งแต่วันที่17-กุมภาพันธ์-16 เมษายน 2559) 1.ให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกหน่วยงานถือปฏิบัติเป็นตัวอย่างที่ดีในการไม่ให้มีการเผาทุกชนิดในพื้นที่รับผิดชอบโดยเคร่งครัด 2.การเผาขยะ เศษกิ่งไม้ใบไม้และการเผาในที่โล่งทุกชนิดในพื้นที่ชุมชน ก่อเหตุรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 หากมีความจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในการเผาวัชพืชในที่ดินทำกิน ขอให้ราษฎรผู้ครอบครองที่ดินดังกล่าว จัดทำแนวกันไฟ พร้อมแจ้งขออนุญาตจากผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันในพื้นที่ หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติและไฟลุกลามเข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปีถึง15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 150,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์-16 เมษายน 2559 รวม 60 วันห้ามมิให้มีการเผาใดๆทั้งสิ้นโดยเด็ดขาด หากตรวจพบว่าพื้นที่ใดมีไฟเกิดขึ้น ให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนายอำเภอท้องถิ่น เข้าพบท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เพื่อรายงานเหตุการณ์พร้อมแนวทางแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วนต่อไป
นายสันติภาพ กล่าวต่ออีกว่าประโยชน์ของการไถกลบซากตอซังข้าวที่เห็นได้ชัดมีดังนี้ พื้นที่เกษตรที่ไม่มีการเผาจะช่วยให้เกิดการฟื้นฟูโครงสร้างดินให้เหมาะสมต่อการเพาะปลูก มีปริมาณเนื้อดิน อินทรียวัตถุ น้ำ และอากาศในสัดส่วนที่พอเหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของพืช พลิกให้ไข่แมลงและเชื้อโรคที่สะสมอยู่ในดินกลับขึ้นมาทำลายด้วยแสงแดดทดแทนการเผาทำลาย พลิกให้รากวัชพืชกลับขึ้นมาตากแดดให้แห้งตาย ส่งผลให้ดินโปร่ง รากพืชซอนไวง่าย พืชเติบโตและหาอาหารได้ง่าย แตกกอดี ผลผลิตดี ผลการศึกษาพบว่า การปลูกข้าวโดยการไถกลบตอซังฟางข้าวให้ผลผลิตสูงกว่าวิธีการเผาฟาง 26% ช่วยดูดยึดธาตุอาหารจากการใส่ปุ๋ยเคมีให้สูญเสียไปจากดินซึ่งพืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมี ช่วยเพิ่มความต้านทานการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรดเป็นด่างของดินทำให้การเปลี่ยนแปลงไม่รวดเร็วจนเป็นอันตรายต่อพืช ช่วยลดความเป็นพิษของเหล็กและแมงกานีสในดิน ช่วยลดความเป็นพิษจากดินเค็ม ทำให้ปริมาณและกิจกรรมของจุลินทรีย์เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงธาตุอาหารในดินและอยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช และส่งผลช่วยลดปริมาณเชื้อราและโรคพืชบางชนิดในดินลดน้อยลง

ดังนั้นจึงขอเชิญชวนเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมกันรณรงค์ไม่เผาตอซังข้าวในทุกพื้นที่ แต่ควรไถกลบตอซังข้าวเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน เพิ่มผลผลิตข้าวในนา โดยไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมี เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิตในฤดูกาลเพาะปลูกต่อไป

แหล่งที่มาของข้อมูล : สันติภาพ แสงออมสิน.หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตร จ.เชียงราย,สัมภาษณ์,17 ตุลาคม 2558.
เรียบเรียงโดย : พูนศักดิ์ ศรีสุทธา ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกัน จ.เชียงราย