เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
พลิกผืนนาเป็นสวนตะไคร้ปลอดสารพิษ
30 พฤศจิกายน 2558
2,128
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนาในพื้นที่ ต.วัดพริก อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้พลิกผืนนาข้าวหันมาปลูกต้นตะไคร้ เก็บเกี่ยวใบทำชาตะไคร้ ส่งออกสร้างรายได้ดีกว่าทำนา โดยเกษตรกรชาวนารายนี้คือ นายแจ้ง วงค์สุวรรณ อาศัยอยู่ในหมู่ 8 ต.วัดพริก อ.เมือง จ.พิษณุโลก
นายแจ้ง เล่าให้ฟังว่า แต่เดิมก็มีอาชีพทำนาตามปกติ ต่อมาเริ่มมีปัญหาเรื่องภัยแล้งทำให้ไม่สามารถทำนาได้ ประกอบกับตนเองเห็นว่าการทำนาต้องลงทุนเยอะ แถมราคาข้าวก็ไม่ดีเหมือนก่อน จึงเริ่มมองหาช่องทางอะไรที่จะสามารถหารายได้เลี้ยงครอบครัวได้ จึงเริ่มศึกษาเรื่องชาตะไคร้ เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกและดูแลง่าย ไม่ต้องลงทุนมาก ตนจึงเริ่มซื้อพันธุ์ตะไคร้หอมมาปลูกในพื้นที่ทำนาข้าว จำนวน 3 ไร่ ใช้เวลาปลูกประมาณ 2 เดือน ก็สามารถเก็บเกี่ยวใบได้ จากนั้นก็จะเก็บเกี่ยวทุกๆ 25 วัน โดยเก็บเกี่ยวได้ไร่ละประมาณ 1 ตัน
จากนั้นจะนำใบตะไคร้สดที่ตัดได้ไปเข้าเครื่องหั่น และนำไปตากแดด 1 แดด จากนั้นก็จะนำส่งขายที่โรงงานในจังหวัดเพชรบูรณ์เพื่อนำบรรจุส่งขายต่างประเทศ โดยราคาที่ส่งขาย อยู่ที่ราคา ตันละ 21,000 บาท หากขายปลีก ก็จะอยู่ที่ ราคากิโลกรัมละ 20 บาท หรือกระสอบละ 400 บาท

นายแจ้ง กล่าวว่า ต้นตะไคร้หอมที่ปลูกได้ทำในลักษณะแปลงตะไคร้ปลอดสารเคมีทุกชนิด ไม่มีการฉีดยาฆ่าแมลงหรือยาฆ่าหญ้า ใช้เพียงรดน้ำเท่านั้น ส่วนปุ๋ยก็จะใส่เพียงปุ๋ยชีวภาพ เนื่องจากเราต้องมีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าที่ซื้อไปบริโภค เพราะเวลาชงชาตะไคร้ผู้บริโภคจะต้องรับสารโดยตรง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ ซึ่งการทำสวนตะไคร้หอม ถือว่ามีรายได้ดีกว่าการทำนา แต่ในช่วงนี้ก็ยังทำนาบ้าง เพื่อครอบครัวจะได้ไม่ต้องไปซื้อข้าวกิน ประกอบกับพื้นที่ที่เหลือ ก็ปลูกต้นมะนาวในวงบ่อ เพื่อนำไปขายอีกช่องทางหนึ่งด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการทำอาชีพโดยยึดถือแนวเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

แหล่งที่มาของข้อมูล : "หนุ่มใหญ่พิษณุโลก พลิกผืนนาเป็นสวนตะไคร้ปลอดสารพิษ ทำรายได้ดีกว่าปลูกข้าว.". [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1448611329&grpid=01&catid=&subcatid=
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
22-27°C
เชียงใหม่
21-23°C
นครราชสีมา
20-24°C
ชลบุรี
22-27°C
นครศรีธรรมราช
23-31°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×