เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

เกษตรโคราชเตือนการระบาดศัตรูพืช โรคไหม้ข้าวในช่วงนี้

23 กันยายน 2558
4,235
นายกิตติ วัฒนกสิการ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการสำนักงานเกษตร จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้ง ปริมาณฝนน้อยและล่าช้า พี่น้องเกษตรกรที่ทำนาจึงประสบปัญหา การขาดแคลนน้ำทำนา และทำนาล่าช้ากว่าปกติ หลังจากมีฝนตกลงมาบ้างพอที่จะเริ่มทำนาได้ พี่ี่น้องเกษตรกร จึงเร่งการเจริญเติบโต ของข้าว ด้วยการใส่ปุ๋ยเคมีในปริมาณที่สูง โดยเฉพาะปุ๋ยไนโตรเจนหรือปุ๋ยยูเรีย ประกอบกับ ช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีประมาณฝนตกชุก ทำให้มีสภาพอากาศเหมาะสม ต่อการเกิดโรคไหม้ข้าว และที่ผ่านมาพบว่ามีเกษตรกรมาขอรับบริการตรวจวินิจฉัยศัตรูพืช เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่พบว่า เป็นอาการของโรคไหม้ข้าว สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ ออกตรวจสอบการระบาดของโรค ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และบริเวณใกล้เคียงพบการเกิดโรคไหม้ข้าวกระจายอยู่ทั่วไป รุนแรงบ้าง ไม่รุนแรงบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดโรคระบาดลุกลามเป็นบริเวณกว้าง และสามารถควบคุมโรคไหม้ข้าวได้ จึงขอแนะนำแนวทางการควบคุม ดังต่อไปนี้
สำหรับโรคไหม้ข้าว เชื้อสาเหตุ เกิดจากเชื้อรา Pyricularia grisea Saec. (P.oryzae Cav.)
ลักษณะอาการ ระยะกล้า ใบมีแผลจุดสีน้ำตาลลักษณะคล้ายรูปตาคนมีสีเทากลางแผล ถ้ารุนแรงกล้าข้าวจะแห้งฟุบตาย ระยะแตกกอ พบอาการ ได้ที่ใบ กาบใบ ข้อต่อใบ แผลรุกลามติดต่อกัน ข้อต่อใบลักษณะแผลช้ำ สีน้ำตาลดำ ใบมักหลุดจากกาบใบ ระยะคอรวง ข้าวเริ่มให้รวง จะทำให้ข้าวเมล็ดลีบ ถ้าเป็นโรคตอนข้าวแก่ใกล้เก็บเกี่ยว คอรวงจะเป็นแผลช้ำสีน้ำตาล เปราะหักง่าย รวงข้าวร่วงหล่นเสียหาย
การแพร่ระบาด พบระบาดในช่วงเดือน สิงหาคม - ตุลาคม พบโรคนี้ระบาดในนาหว่านที่ข้าวหนาแน่น อับลม ใส่ปุ๋ยอัตราสูง เชื้อสามารถติดไปกับเมล็ดข้าว น้ำ ลม เศษฟางข้าว และระบาดรุนแรงในช่วงที่ความชื้นสูง ฝนตกติดต่อกันเป็นเวลานาน
การป้องกันกำจัด
1. ในช่วงที่มีความชื้นสูง ฝนตกต่อเนื่องควรงดการใส่ปุ๋ยเคมีที่มีในโตรเจนสูงโดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย
2. สำรวจแปลงนา หากพบอาการของโรคไม่รุนแรง คือ ประมาณ 5-10 % อาจควบคุมโรคด้วยการใช้เชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis หรือ B.S. (ลาร์มินา) ในอัตรา 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา อัตรา 1-2 กิโลกรัม ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นในเวลาเย็น ควรฉีดพ่น 2 - 3 ครั้ง ห่างกัน 10 - 14 วัน
3. สำรวจแปลงนาพบอาการของโรคที่ยังไม่รุนแรง คือ ประมาณ 10% อาจใช้สารเคมีควบคุม โดยใช้สารเคมีที่แนะนำ เช่น บลาสติซิดินเอส ( บลาเอส), อีดิเฟนฟอส ( ฮีโนซาน) อัตรา 15 - 20 ซีซี/ น้ำ 20 ลิตร หรือไตรไซคลาโซ ( บีม) อัตรา 15 กรัม/ น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นขณะที่มีน้ำในนา
4. สำรวจพบอาการของโรคที่ระบาดรุนแรง คือมีอาการของโรคมากกว่า 50% ให้ทำการเผาหรือไถทำลาย เพื่อยับยั้ง หรือป้องกันการแพร่ระบาด
***หากมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ที่ สนง.เกษตรอำเภอ, สนง.เกษตรจังหวัด, ศูนย์บริหารศัตรูพืช ใกล้บ้านท่าน

แหล่งที่มาของข้อมูล:กิตติ วัฒนกสิการ. สัมภาษณ์. 3 กันยายน 2558.
เรียบเรียงโดย :พรชัย พิมขุนทด เจ้าหน้าที่ศูนย์ร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.นครราชสีมา