เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

ชาวนา จ.ยโสธร ไม่รอฝนจากฟ้า เร่งสูบน้ำเข้านา หวั่นข้าวแห้งตาย

25 สิงหาคม 2558
2,722
ชาวนา ตำบลทุ่งมน อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เจาะบาดาลเร่งสูบน้ำเข้าแปลงนาสู้ภัยแล้ง หลังฝนไม่ตกมานานเป็นเดือน ข้าวในนาาเริ่มแห้งเหี่ยว จำเป็นต้องลงทุนเพิ่มสูบน้ำเข้าแปลงนา ขณะที่บางรายยอมแพ้หลังเงินทุนเริ่มหมด เจาะบาดาลแล้วไม่มีน้ำ ประสบปัญหามีหนี้สินเพิ่ม
นายไสว โพนสิม เกษตรกรชาวนาบ้านโพนสิม หมู่ 4 ต.ทุ่งมน อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ให้สัมภาษณ์กับทีมงานร่วมด้วยช่วยกันฯ จ.อุบลราชธานี ว่า บ้านโพนสิม ตำบลทุ่งมน ฝนไม่ตกมาเดือนกว่าแล้ว โดยตนทำนาประมาณ 5 ไร่ ส่วนแปลงนาที่อยู่ติดใกล้กัน ก็เป็นของญาติพี่น้องตน ซึ่งต้นข้าวก็มีลักษณะอาการแบบเดียวกันเกือบทั้งหมด คือขาดน้ำในการหล่อเลี้ยงลำต้น ต้นข้าวเริ่มเป็นสีเหลือง และถ้าจะรอฝนให้ตกลงมานั้น ก็ไม่รู้เมื่อไหร่ ข้าวที่ปักดำไว้อาจจะแห้งเหี่ยวตายก่อน ตนจึงตัดสินใจลงทุนเพิ่มในการสูบน้ำเข้าแปลงนาเพื่อหล่อเลี้ยงต้นข้าวไม่ให้แห้งตาย โดยใช้เครื่องสูบน้ำ สูบน้ำจากบ่อบาดาลเก่าที่เคยเจาะบาดาลไว้เมื่อปีที่แล้ว 1 บ่อ และเจาะบาดาลเพิ่มอีก 1 บ่อลึกประมาณ 10 กว่าเมตร ซื้อเครื่องสูบน้ำเพิ่มอีกหนึ่งเครื่อง ทำการสูบน้ำเข้านาทุกวัน ตั้งแต่ 9โมงเช้า - 4 โมเย็น หรือจนกว่าน้ำมันจะหมด โดยเปิดเครื่องให้สูบน้ำค่อยๆเข้านา เพื่อจะได้ไม่เปลืองน้ำมัน โดยในวันหนึ่งๆ ต้องซื้อน้ำมันเตรียมไว้วันละ 100 ถึง 200 บาท และกว่าจะมีน้ำเพียงพอให้กับต้นข้าว ก็อาจต้องจ่ายเบื้องต้นอีกหลายพันบาท ซึ่งก็ทำให้การทำนา มีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าผลผลิตจะได้มากน้อยแค่ไหน
นายไสว เพิ่มเติ่มอีกว่า แปลงนาในบริเวณนี้ ส่วนใหญ่เป็นนาดำ โดยหมักดินไว้ ปรับหน้าดินใหม่ ก่อนที่จะดำนา และใช้ปุ๋ยหมักขี้วัวกันเป็นส่วนใหญ่ ใม่ใช้สารเคมี มีการเจาะบาดาล สูบน้ำเข้าแปลงนากันเกือบทั้งหมู่บ้านในระแวกนี้ บางรายคิดว่าไม่คุ้ม เพราะมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในเรื่องค่าน้ำมันที่ใช้กับเครื่องสูบน้ำเข้านา แต่สำหรับตนเองแล้วคิดว่าคุ้มหรือไม่คุ้มก็ต้องสู้ เพื่อจะได้นำเงินที่ขายข้าวได้ จ่ายหนี้สินที่ยืมเขามาลงทุน และเพื่อเลี้ยงครอบครัวของตน
แหล่งที่มาของข้อมูล : นายไสว โพนสิม บ้านโพนสิม หมู่ 4 ต.ทุ่งมน อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร,สัมภาษณ์ ,
20 สิงหาคมคม 2558.
เรียบเรียงโดย : ภูวไนย ใจหาญ เจ้าหน้าที่ร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.อุบลราชธานี