เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

ศูนย์วิจัยข้าวเชียงรายเตือนระวังโรคไหม้ระยะกล้า

06 สิงหาคม 2558
4,095
ศูนย์วิจัยข้าวเชียงรายส่งเจ้าหน้าที่ลงสำรวจแปลงนา พบต้นข้าวระยะกล้าเริ่มเสียหายจากโรคไหม้ในพื่นที่อ.พาน จ.เชียงรายแล้วกว่า 10ไร่ หากไม่รีบป้องกันกำจัดคาด อาจระบาดรุนแรงมากกว่านี้
นางสาวกรสิริ ศรีนิล กลุ่มงานอารักขาข้าว ศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย เปิดเผยผ่านทางศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันจ.เชียงราย ว่าปีนี้เกษตรกรส่วนใหญ่วางแผนการทำนาและหว่านกล้าข้าวเพื่อเตรียมปักดำช้ากว่าทุกปี เนื่องจากปัญหาฝนทิ้งช่วง ส่วนใหญ่ในระยะนี้อยู่ในระหว่างต้นกล้าข้าวกำลังเจริญเติบโต ทางศูนย์วิจัยข้าวเชียงรายได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงสำรวจแปลงนาของเกษตรกรในพื้นที่ อ.พาน จ.เชียงราย พบว่าเริ่มมีการระบาดของโรคไหม้ในต้นข้าวระยะกล้า โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.แม่อ้อ อ.พาน พบกล้าข้าวพันธุ์ กข.15 เป็นโรคไหม้มากกว่า 10ไร่และมีแนวโน้มระบาดรุนแรง จึงได้แจ้งเจ้าของแปลงนาได้ป้องกันกำจัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้โรคไหม้ เกิดจากเชื้อรา ต้นกล้าจะมีอาการใบเป็นแผลจุดสีน้ำตาลคล้ายรูปตา มีสีเทาอยู่กลางแผล กว้างประมาณ2-5มิลลิเมตร ยาวประมาณ10-15มิลลิเมตร แผลสามารถขยายลุกลามกระจายทั่วบริเวณใบ และถ้าโรคระบาดรุนแรงกล้าข้าวจะแห้งฟุบตาย มีอาการคล้ายถูกไฟไหม้

นางสาวกรสิริ กล่าวต่อว่า สำหรับการป้องกันกำจัดทำได้โดยใช้พันธุ์ข้าวที่ต้านทานโรค เช่น สันป่าตอง1 หางยี71 ชัยนาท1 สุพรรบุรี1 เป็นต้น เกษตรกรควรหว่านเมล็ดพันธุ์ในอัตราที่เหมาะสมคือ15-20 กก./ไร่และแบ่งแปลงให้มีการระบายถ่ายเทอากาศดี ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนเกิน 50กก./ไร่ เพราะโรคไหม้จะลุกลามอย่างรวดเร็ว หากพบพื้นที่สีเขียวถูกทำลาย5% ขึ้นไปให้ใช้น้ำปูนขาว 1 กก.ผสมน้ำ 5 ลิตรหมักไว้ 1คืนจากนั้นนำมาผสมน้ำ 20ลิตร ฉีดพ่นในนาข้าวให้ทั่วในบริเวณที่โรคระบาด หากใช้สารเคมีกำจัดขอแนะนำให้ใช้ คาซูกาไมซิน,อีดิเฟนฟอส,ไตรไซคลาโซล,ไอโซโพรไทโอเลน หรือคาร์เบนดาซิมตามอัตราที่ระบุบนฉลาก ซึ่งเมื่อแปลงใดที่เป็นโรคไหม้แล้ว ไม่ว่าจะระยะกล้าหรือแตกกอให้เฝ้าระวังโรคไหม้ในระยะออกรวงด้วยโดยพ่นยากำจัดซ้ำอีกครั้งในช่วงที่ข้าวตั้งท้องกำลังจะออกรวง โดยพ่นเฉพาะแปลงที่เคยเป็นโรคแล้วเท่านั้น

ทางศูนย์วิจัยข้าวเชียงรายจึงขอเตือนเกษตรกรทุกพื้นที่ให้เฝ้าระวังโรคไหม้อย่างใกล้ชิด หากพบว่าต้นข้าวเริ่มเป็นโรคไหม้ในทุกระยะ ให้ทำการป้องกันและกำจัดทันที เพราะโรคไหม้สามารถแพร่กระจายไปกับน้ำและลมรวดเร็วมาก หากไม่ป้องกันกำจัดโรคตามวิธีดังกล่าว โรคไหม้อาจสร้างความเสียหายให้กับนาข้าวเป็นจำนวนมากได้


แหล่งที่มาของข้อมูล : กรสิริ ศรีนิล. สัมภาษณ์, 27 กรกฎาคม 2558.
เรียบเรียงโดย : ประพันธ์ จีระวัง ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกัน จ.เชียงราย