เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

เตือนเกษตรกร จ.อุบลฯ เฝ้าระวังการระบาดของโรคไหม้ข้าว

03 สิงหาคม 2558
3,759
ศุนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี ได้รับแจ้งจากเกษตรกร อำเภอเดชอุดม จ.อุบลราชธานี ผ่านทางสายด่วน*1599 ทางด่วนการเกษตร ว่าได้เกิดการระบาดของโรคไหม้ข้าวในที่นาของตนเอง อาจเป็นผลเนื่องจากสภาพภูมิอากาศมีความชื้นสัมพัทธ์สูง เนื่องจากฝนตกติดต่อกันหลายวัน หลังจากที่ทิ้งช่วงไปนาน สร้างความเสียหายกว่า 15 ไร่
คุณศรีอำพร ดาวเรือง เกษตรกรบ้านเหล่า หมู่ 13 ต.กุดประทาย อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี ได้เปิดเผยกับร่วมด้วยช่วยกันฯ จ.อุบลราชธานี ว่า หลังจากที่ปลูกข้าวมาแล้วประมาณ 2 เดือน โดยตนเองทำนาร่วมกับญาติพี่น้องของตน ประมาณ 53 ไร่ ปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมือง ข้าวหอมมะลิ 105 และข้าว กข 15 แต่ขณะนี้เกิดโรคไหม้ข้าวแล้วกว่า 15 ไร่ ในแปลงนาที่ปลูกข้าวหอมมะลิ 105 กับข้าว กข 15 ซึ่งจากการสังเกตดูที่ต้นข้าวนั้น ก็พบว่า ใบข้าวเป็นจุดๆซ้ำๆ เป็นแผล โดยแผลจุดๆ ก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลคล้ายรูปตา และแผลก็ลุกลามกระจายไปทั่วบริเวณใบ ต่อมาใบก็จะไหม้คล้ายถูกน้ำร้อนลวกและแห้งเหี่ยวตาย
ด้านนายบุญยืน ดำสุทธิ์ เกษตรอำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากคุณศรีอำพร ดาวเรือง ว่า ได้รับความเสียหายจากโรคไหม้ข้าว เป็นจำนวนหลายสิบไร่ เบื้องต้นได้ส่งเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอและเกษตรตำบล ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้คำแนะนำเกษตรกรแล้ว โดยสาเหตุของโรคไหม้ข้าวนั้นเกิดจาก เกษตรกรปลูกข้าวพันธุ์ที่มีความอ่อนแอต่อโรคไหม้ เช่น ข้าวหอมมะลิ 105 ปลูกหนาแน่นเกินไปทำให้การระบายอากาศในนาข้าวไม่ดี ใส่ปุ๋ยที่มีปริมาณไนโตรเจน(ยูเรีย)สูงเกินไป ประกอบกับมีฝนตกติดต่อกันหลายวัน อากาศแห้งในตอนกลางวันและชื้นจัดในตอนกลางคืน มีน้ำค้างบริเวณใบเป็นเวลานาน จึงเอื้อต่อการเกิดโรคไหม้ข้าว ทั้งนี้เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ทางศูนย์วิจัยข้าว จังหวัดอุบลราชธานี ได้เดินทางมาสำรวจพื้นที่ปลูกข้าว พื้นทีที่เกิดโรคไหม้ข้าว และพื้นที่ใกล้เคียง พบว่าเกิดความเสียหายบางส่วน ยังไม่อยู่ในระดับที่รุนแรงมากนัก แต่ต้องเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดรุนแรงลุกลามต่อไป
เกษตรอำเภอเดชอุดม ได้ให้คำแนะนำแก่เกษตรกรในการป้องกันโรคไหม้ข้าว ว่าขอให้เกษตรกรหมั่นตรวจสอบแปลงนาอย่างสม่ำเสมอเพื่อสังเกตสุขภาพต้นข้าว ทำความสะอาดแปลงให้ปลอดโปร่ง กำจัดวัชพืชบนคันนา ให้อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก บำรุงรักษาต้นข้าวให้มีความแข็งแรง และที่สำคัญต้องลดการใส่ปุ๋ยยูเรียหรืองดใส่ปุ๋ยเมื่อพบการระบาดของโรค หากพบว่าเป็นโรคไหม้ข้าวในปริมาณ 5-10 % ของพื้นที่ ซึ่งเป็นระดับที่ไม่รุนแรง สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ ให้เกษตรกรใช้เชื้อราไตรโครเดอร์ม่า ในอัตราส่วน 1-2 กิโลกรัมต่อน้ำ 200 ลิตร หรือใช้เชื้อแบคทีเรียบาซิลลัสซับทีลิส (BS) ในอัตราส่วน 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือตามปริมาณการแพร่ระบาด โดยนำมาฉีดพ่นในนาข้าวช่วงเช้าหรือช่วงเย็น 7-15 วัน ต่อครั้ง ซึ่งเชื้อทั้ง 2 ชนิดนั้น จะไม่มีผลกระทบใดๆต่อผลผลิตข้าว


แหล่งที่มาของข้อมูล : บุญยืน ดำสุทธิ์ เกษตรอำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี,โทร 081-7183804,
สัมภาษณ์ ,23 กรกฏาคม 2558
เรียบเรียงโดย : ภูวไนย ใจหาญ เจ้าหน้าที่ร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.อุบลราชธานี