เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ วิกฤติรอบ 57 ปี เร่งทำฝนหลวงเติมน้ำ

26 มิถุนายน 2558
3,268
นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า สำนักพระราชวัง ได้แจ้งมายังกระทรวงเกษตรฯว่าสถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ขณะนี้อยู่ในขั้นวิฤกติหนักแล้วโดยให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรน้อมนำแนวทางการทำฝนหลวงพระราชทานของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานเทคนิกฝนหลวงพิเศษ ในช่วงเกิดภัยแล้ง ที่ผ่านมานำมาใช้อย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะให้ตกในพื้นที่จำเป็นที่สุดก่อน ที่ต้องอาศัยจังหวะสภาพอากาศเหมาะสมขึ้นระดมทำฝนหลวงให้ตกในพื้นที่เขื่อนทั้ง2แห่งอย่างเร่งด่วน
ปรับแผนแก้แล้งเร่งทำฝนหลวง
"สำนักพระราชวัง ยังได้กำชับถึงสถานการณ์น้ำเขื่อนวิฤกติแล้ว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นห่วงประชาชนมาโดยตลอด จึงให้ยึดแนวทางที่พระองค์ ทรงพระราชทานในการแก้ไขวิฤกติการณ์ทุกครั้งและสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและเกษตรกรให้ผ่านพ้นไปได้ทุกครั้ง ในครั้งนี้ กรมฝนหลวงฯ ควรปรับแก้การทำฝนหลวง โดยน้อนนำไปใช้อย่างจริงจัง ให้ย้ายฐานที่กระจัดกระจายไปถึง13 หน่วย มาปฏิบัติการฝนหลวงระดมทำเฉพาะในพื้นที่จำเป็นเร่งด่วนก่อนเพื่อช่วงชิงขณะนี้สภาพอากาศที่มีร่องมรสุมเข้ามาและมีความกดอากาศต่ำ ทำให้สภาพอากาศ มีความชื้น เพียงพอสามารถ ทำฝนหลวงได้ผล โดยใช้เทคนิกพระราชทาน เช่น?ซุปเปอร์แซนวิส? ที่จะทำจุดให้ฝนตกได้ในจุดหลักก่อน" นายชวลิต ย้ำ

ปลัดฯบินดู2เขื่อนทำฝนเทียม
ปลัดกระทรวงเกษตรฯกล่าวว่าวันที่ 24 มิถุนายน ตนพร้อมกรมฝนหลวงฯและทีมนักวิทยาศาสตร์ของกรมฯทั้งหมดไปตรวจสอบสภาพปัญหาน้ำในเขื่อนสองแห่งและประชุมทันที เพื่อวางแผนการทำฝนหลวง ตามแนวทางพระราชของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ เพื่อระดมทีมทำฝนหลวงทั้งหมด ที่มีอยู่ทำฝนหลวงเติมน้ำในเขื่อนทั้งสองที่วิฤกติเพื่อกู้สถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นให้อย่างเร่งด่วนรวมทั้งการทำฝนหลวงในพื้นที่ทั้งสองเขื่อนจะสามารถช่วยเกษตรกรได้โดยเร็วด้วย

ภูมิพลวิกฤติ57ปี/สิริกิตติ์40ปี
"จากการรายงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ที่ดูแลสองเขื่อน พบว่าน้ำในเขื่อนภูมิพล อยู่ในระดับวิฤกติหนักในรอบ57 ปี โดยที่ผ่านมาน้ำที่ใช้ในการเกษตรมีค่าเท่ากับศูนย์ไม่สามารถจะปล่อยน้ำกับเกษตรกรได้อีกแล้ว ขณะที่สถานการณ์น้ำในเขื่อนสิริกิติส์ อยู่ในขั้นวิฤกติสุดในรอบ 40 ปี มีน้ำในขณะนี้เพียง 500 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น จะให้น้ำเพื่อการเกษตรเหลืออีก 200ล้าน ลบ.ม." นายชวลิต ย้ำ

ในส่วนแผนการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ชะลอปลูกข้าวนาปี 4 ล้านไร่นั้น ขณะนี้ได้ระดมเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไปสำรวจพื้นที่เพื่อวางแผนและประเมินสถานการณ์ สรุปตัวเลขการใช้งบประมาณ เสนอต่อครม.พิจารณาโดยให้พื้นที่เร่ง สรุปข้อมูลที่ไปสำรวจความต้องการจากชาวนา มายังกระทรวงภายในวันที่ 26 มิถุนายน เป็นวันสุดท้าย พร้อมกับได้ให้กระทรวงมหาดไทย และฝ่ายทหาร กอ.รมน.ช่วยชี้แจงทำความเข้าใจไม่ให้เกิดศึกแย่งชิงน้ำ

กษ.พร้อมขุดเจาะ269บ่อบาดาล
เบื้องต้นได้ร่วมพิจารณา กับกระทรวงทรัพยากรฯเพื่อขุดเจาะบ่อบาดาลสรุปว่ามีพื้นเหมาะสมขุดเจาะได้ทันที 269 จุด ขณะนี้หน่วยงานในพื้นที่พร้อมลงมือปฏิบัติเพื่อให้ชาวนาใช้น้ำได้เพื่อแก้ปัญหาความเดือนร้อนในพื้นที่เกษตร ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงเกษตรกรมาก ให้เร่งสรุปความต้องการของเกษตรกรที่อยากให้ช่วยเหลือ เบื้องต้นพบว่าอยากได้น้ำเป็นสิ่งแรกเพราะต้องการทำนาและถ้าไม่มีน้ำ จะมีมาตรการช่วยเหลือเขาอย่าง ไรก็ยืนยันว่าจะระดมทำฝนหลวงทันที และเร่งสรุปแนวทางช่วยเหลือหลังจากประเมินตัวเลขชัดเจนทั้งหมดภายในสัปดาห์หน้า

นายกฯย้ำมีแผนจัดน้ำแก้ภัยแล้ง
วันเดียวกัน ที่เมืองเนปิดอว์ เมียนมาร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ( คสช.)กล่าวถึงปัญหาภัยแล้งขณะนี้ว่ามีความเป็นห่วง และได้สั่งการในการประชุม ครม.วันที่23มิถุนายนให้หารือแนวทางช่วยภาคเกษตรกร ที่มีปัญหาจากปัญหาภัยแล้ง โดยรัฐบาล ได้มีแผนบริหารจัดการน้ำไว้แล้ว โดยวางระยะเวลาไว้ถึงปี2569 ทั้งการขุดลอกคูคลอง การทำแก้มลิง การขุดบ่อบาดาล แต่ปัญหา คือฝนไม่ตก ถ้าฝนตกมา น่าจะดีขึ้น

แนะออกระเบียบแก้ปัญหาแย่งน้ำ
นายกฯยังกล่าวอีกว่า ส่วนของเกษตรกรก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปลูกพืช ในอนาคตจะต้องดูทิศทางประเทศว่าจะไปทางไหนให้เป็นเกษตรอุตสาหกรรม เราก็ต้องปลูกข้าวเพราะเราประกาศจะเป็นครัวโลกเพราะอนาคตโลกจะแล้งมากขึ้น จะมีปัญหาแน่ๆ ส่วนกรณีปัญหาการแย่งน้ำของประชาชนในบางพื้นที่จากภัยแล้งนั้น เกิดจากความไม่เชื่อใจ อบต.และจะให้ทหารเข้าไปช่วยทุกพื้นที่ คงไม่ได้จึงต้องมีการจัดระเบียบให้ดี

ปีติพงศ์ชงครม.เยียวยาภัยแล้ง
ด้าน นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้ง ว่า มีการรายงานสถานการณ์ภัยแล้ง เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ในส่วนความต้องการของประชาชนต้องนำมารวบรวม และสรุปให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไรโดยจะหารือร่วมกันอีกครั้งในที่ประชุมครม.เศรษฐกิจ ในวันพุธที่ 24 มิถุนายนนี้ ว่าจะช่วยเหลือเยียวยาเฉพาะหน้าอย่างไร ส่วนเกษตรกรที่ยังไม่เริ่มเพาะปลูกนาปี ต้องขอความร่วมมือให้ชะลอออกไป ขณะนี้มีปัญหาที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพียงแห่งเดียว ที่มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 4 ล้านไร่

"จากการทำงานมา 7-8 เดือน เห็นว่า จะต้องมีการปรับโครงสร้างชลประทาน โดยจะมองเพียงความต้องการน้ำอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องดูอุปสงค์ของน้ำด้วย ต้องทำให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดที่สุด และต้องปรับให้มีการควบคุมน้ำมากขึ้น เพราะปริมาณน้ำน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนแนวคิดให้มีการขุดเจาะบาดาล เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามีแน่นอน" รมว.เกษตรฯ ย้ำ

ทส.พร้อมอัดงบ51ล้านขุดบาดาล
ด้าน พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการเตรียมการขุดเจาะน้ำบาดาลแก้ไขปัญหาภัยแล้งว่าสามารถดำเนินการโดยใช้งบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลที่มีอยู่เดิม 51 ล้านบาท ไม่ต้องของบเพิ่ม เดิมกระทรวงทรัพยากรฯ มีแผนขุดเจาะน้ำบาดาลประจำปีอยู่แล้ว ในภาคเหนือและภาคอีสานแต่ปีนี้เกิดภัยแล้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยาจึงต้องปรับแผนจึงได้สั่งการให้ตรวจสอบอย่างละเอียดว่าจุดที่พบน้ำบาดาลกี่จุดแล้วเพื่อจะนำข้อมูลเข้า ครม.เศรษฐกิจ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสข.ในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ ส่วนปัญหาการแย่งน้ำของเกษตรกรบางพื้นที่นั้น มีการหารืออยู่ เป็นหน้าที่ต้องทำความเข้าใจ โดยได้มีการสั่งการมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเข้าไปดูแลแก้ปัญหา

มท.1นำข้อมูล ถกภัยแล้ง-แก้แย่งน้ำ
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงที่ ครม.มอบหมายให้ดูแลการแย่งน้ำจากปัญหาภัยแล้งว่า ทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง จะเตรียมข้อมูลเพื่อเข้าหารือในการประชุม ครม.เศรษฐกิจ วันที่ 24 มิถุนายน จะต้องดูข้อมูลในปริมาณน้ำที่มีในปัจจุบัน กับปริมาณน้ำในช่วงฤดูฝน และต้องดูในภาพรวมว่าพื้นที่ใด ควรช่วยเหลืออย่างไรและต้องดูปริมาณน้ำ ทั้งหมดเพียงพอหรือไม่ ส่วนพื้นที่ ที่ไม่มีน้ำ จะต้องดูว่าจะสามารถนำน้ำจากแหล่งใดมาช่วยเหลือ พร้อมหามาตรการรับมือผลกระทบและกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องประสานความร่วมมือทางทุกฝ่าย

"บิ๊กตู่"เอาจริง แก้ปัญหาภัยแล้ง
บ่ายวันเดียวกัน ที่ตึกนารีสโมสร พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่าที่ประชุมรับทราบหลายเรื่องเกี่ยวกัยปัญหาภัยแล้ง แม้เข้าสู่ฤดูฝนแล้วแต่ปริมาณฝนที่ตก ยังไม่มากนักและตกในพื้นที่ใต้เขื่อนรับน้ำขนาดใหญ่ ทำให้ น้ำต้นทุนในเขื่อนหลักๆที่พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาภาคกลาง มีปริมาณน้อยจึงเป็นข้อห่วงใยของนายกฯอย่างยิ่ง ต่อเรื่องการบริหารจัดการน้ำและการช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งชาวนา ชาวไร่ ชาวสวนและประชาชนโดยทั่วไป

ทั้งนี้ ครม.มีมติให้คณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการน้ำ กับกระทรวงทรัพยากรฯได้พิจารณาเตรียมการขุดเจาะน้ำบาดาลเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและให้กระทรวงเกษตรฯดำเนินการขุดเจาะน้ำใต้เสริมอีก และให้กระทรวงเกษตรฯกับ กระทรวงมหาดไทย ร่วมทำความเข้าใจกับเกษตรกรให้เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและ ขอให้ชะลอการปลูกข้าวออกไปก่อนจนถึงช่วงปลายเดือนกรกฎาคม อีกทั้งยังขอให้กระทรวงกลาโหม จัดส่งทหารไปยังพื้นที่เกษตรทั่วประเทศโดยเฉพาะยิ่งเพื่อการจัดลำดับความเร่งด่วนในการใช้น้ำในแต่ละพื้นที่เกษตร

ลั่นต้องดูแลเกษตรกรทั้งหมด
"ท่านนายกฯยังสั่งการจะดูแลเกษตรกร ชาวนา เพียงอย่างเดียวไม่ได้เพราะว่าพี่น้องเกษตรกรชาวสวนนั้นก็มีความสำคัญ เกษตรกรชาวสวนที่มีการปลูกไม้ยืนต้น หากไม้ยืนต้นตายต้องใช้ระยะเวลาถึง 3-4 ปี และ ท่าน นายกฯยังสั่งการอีกว่าการประชุม ครม.เศรษฐกิจ วันที่24 มิถุนายน เรื่องนื้ภัยแล้ง ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้องต้องจัดเตรียมข้อมูลเพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติทั้งระบบเนื่องจากการช่วยเหลือเกษตรกรและเตรียมน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศมีความสำคัญมาก จะมาคุยเป็นส่วนๆคงไม่ได้"โฆษกประจำสำนักนายกฯย้ำ

สำหรับน้ำที่จะนำมาแก้ไขปัญหา จะมีทั้ง น้ำใต้ดิน น้ำบาดาลและการทำฝนเทียม ปัจจุบันได้นำทีมทำฝนเทียมจากภาคใต้มาช่วยเหลือในพื้นที่ภาคกลางตอนบน ภาคเหนือ และภาคอีสาน เพื่อเร่งรัดให้มีการเกิดฝนตกและไหลลงสู่เขื่อนขนาดใหญ่ ถือได้ผลประมาณ 95% แต่ปริมาณฝนที่ตก ก็ยังไม่เพียงพอ

แม่น้ำแห้งต่อเนื่องต้องหยุดสูบ
สำหรับสภาพแม่น้ำเจ้าพระยา และ แม่น้ำป่าสักและคลองสาขา ในขณะนี้พบว่ามีระดับลดลงเป็นอย่างมาก จนวิกฤติหนัก ริมตลิ่งชายแม่น้ำ โผล่เป็นแนวยาว ในแม่น้ำป่าสัก เรือขนถ่ายสินค้า ต้องจอดติดแห้งรอน้ำทะเลหนุนให้สูงขึ้น โดยเฉพาะ ที่สำนักงานชลประทานบางบาล ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอบางบาล เร่งสูบน้ำช่วยเหลือนาข้าวในทุ่งบางบาล ต้องได้รับผลกระทบจากระดับน้ำเจ้าพระยาที่ลดแห้งต่ำลงต้องหยุดสูบน้ำทันทีเมื่อเช้าวันที่ 23 มิถุนายน และจะสูบอีกครั้งเมื่อระดับน้ำสูงขึ้นในเช้าวันที่ 24 มิถุนายนนี้ นอกจากนี้ ยังพบว่าชาวนาอีกมากยังเร่งทำนาโดยไม่สนคำเตือนของชลประทานให้หยุด และชะลอทำนาไปก่อนแต่ชาวนาส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าในเดือนกรกฏาคม ต้องมีฝนตกลงมาอย่างแน่นอน ไม่ต้องพึ่งน้ำของชลประทาน

แหล่งที่มาของข้อมูล : "เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ วิกฤติรอบ 57 ปี เร่งทำฝนหลวงเติมน้ำ.". [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.naewna.com/local/164982