เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
ประมงเร่งเพาะพันธุ์ปลานิลจิตรลดา 3 โตเร็ว ลดต้นทุน ร่นเวลาเลี้ยง
19 สิงหาคม 2564
481
กรมประมง เร่งเพาะพันธุ์ "นิลจิตรลดา 3" ปลาน้ำจืดสายพันธุ์ดี โตเร็ว ลดต้นทุน ร่นระยะเวลาการเลี้ยง ตรงกับความต้องการของตลาด
นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า "ปลานิล" เป็นปลาน้ำจืดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย ขณะที่ "ปลานิลจิตรลดา 3" เป็นปลาที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์สำเร็จในปี 2550 โดยกองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ จากการนำปลานิลสายพันธุ์ GIFT (Genetically Improved Farmed Tilapia) รุ่นที่ 5 ของหน่วยงาน International Center for Living Aquatic Resources Management (ICLARM) ในประเทศฟิลิปปินส์ มาปรับปรุงพันธุ์ด้วยวิธีการคัดเลือกแบบหมู่ (Mass Selection) จนได้สายพันธุ์ปลานิลที่มีการเจริญเติบโตดี มีอัตรารอดตายสูง ให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและมีลักษณะเด่นคือ หัวเล็ก ตัวหนา เนื้อมากและเนื้อแน่น พร้อมส่งต่อให้เกษตรกรนำไปเพาะเลี้ยง หวังให้ "ปลานิลจิตรลดา 3" เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับเกษตรกรสามารถเพาะพันธุ์ปลานิลที่มีสายพันธุ์ดี คุณภาพดี ตรงกับความต้องการของตลาด ลดระยะเวลาการเลี้ยง ลดต้นทุนการผลิต สร้างอาชีพที่มั่นคงและสร้างรายได้ให้เกษตรกร

เกษตรกรมีความสนใจเพาะเลี้ยงปลานิลจิตรลดา 3 ดังกล่าว สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ กรมประมง โทรศัพท์ 0 2904 7604, 0 2904 7805 และ 0 2904 7446 หรือช่องทาง Facebook Page : กองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ กรมประมง

จากสถิติของกรมประมงพบว่า ผลผลิตสัตว์น้ำจืดจากการเพาะเลี้ยงในปี 2562 มีปริมาณรวม 427,330 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 25,977.04 ล้านบาท โดยปลานิล (ปลานิลและทับทิม) เป็นสัตว์น้ำจืดที่มีผลผลิตมากที่สุด มีปริมาณ 228,982 ตัน มูลค่า 11,434.46 ล้านบาท ในปี 2563 ผลผลิตปลานิลในประเทศไทยมีจำนวนทั้งสิ้น 205,971 ตัน รวมมูลค่ากว่า 10,108 ล้านบาท ปริมาณการส่งออกปลานิลและผลิตภัณฑ์ปลานิลของประเทศไทย มีจำนวน 5,572.9 ตัน คิดเป็นมูลค่า 195.9 ล้านบาท สำหรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ปลานิลที่ส่งออกมากที่สุดคือ ปลานิลทั้งตัวแช่แข็ง คิดเป็นร้อยละ 74.3 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด รองลงมาคือ ปลาสดแช่เย็น เนื้อปลาแช่แข็ง ปลามีชีวิตและเนื้อปลานิลแช่เย็น ตามลำดับ โดยตลาดหลักในการส่งออกคือ ประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง กลุ่มอาเซียน สหรัฐอเมริกา กลุ่มสหภาพยุโรปและอังกฤษ

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธุ์ : https://bit.ly/3ASlPYk