เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

ประมงลุ้นครม.ไฟเขียว2พันล. ซื้อเรือคืน900ลำ-อู่ซ่อมกระทบหนักมาเลย์ห้ามเข้าไทย

28 พฤศจิกายน 2560
2,018
กฎหมายประมงพ่นพิษ ลามรัฐบาลมาเลย์สั่งห้ามเรือเข้าเทียบท่าไทย ผวาทำผิดโทษหนัก ฟาดหางอู่ซ่อมเรือสูญรายได้ ร้อง "ประยุทธ์" ช่วยนาน 3 เดือนยังเคว้ง ด้านประมงพาณิชย์กว่า 900 ลำลุ้น ก.เกษตรฯ ครม.ขอ 2 พันล้านซื้อเรือคืนสัปดาห์หน้า
นางสาวดวงใจ แซ่หลี ผู้จัดการทั่วไปอู่เรือ ป.อุดมทรัพย์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ปกติที่ผ่านมาจะมีเรือประมงต่างชาติ เช่น เรือประมงมาเลเซียเข้ามาซ่อมแซมเรือในไทย เช่น ทาสีใหม่ ทำใบจักร เป็นต้น ทั้งนี้เจ้า ของเรือยอมรับในฝีมือช่างของไทย อย่างไรก็ดีผลพวงจากที่รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) การประมง พ.ศ.2558 รวมถึงกฎกระทรวงที่เกี่ยวเนื่องที่มีความเข้มงวดสำหรับท่าจอดเรือประมง หากทำผิดมีโทษรุนแรง ทั้งจำทั้งปรับ

ผลพวงดังกล่าวล่าสุดมีผลให้ทางการของมาเลเซียได้ออกประกาศห้ามเรือประมง ของมาเลเซียเข้ามาจอดเทียบท่าในไทย และได้ยกเลิกการออกเอกสาร LOV (Vessel Operation Report) ซึ่งใช้เป็นเอกสารการค้าระหว่างประเทศที่สามารถนำมาสำแดง ณ ท่าเรือปลายทางเพื่อเข้าท่าเทียบเรือได้ แต่หากมีความจำเป็นก็สามารถขออนุญาตได้เป็นกรณีพิเศษโดยจะต้องได้รับ อนุญาตจากอธิบดีกรมประมงของมาเลเซียคนเดียวเท่านั้นทำ ให้เกิดความยุ่งยาก

"ผลกระทบที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ ทำให้กิจการซ่อมเรือประมงตามแนวชายแดนขาดรายได้ เช่นจากเดิมมีเรือเข้ามาซ่อมแซม เฉลี่ยเดือนละ 40-50 ลำ รายได้ต่อลำทั้งเรือขนาดใหญ่ และเล็กเฉลี่ย 1.2-4 หมื่นบาท รวมหลักหลายแสนบาทต่อเดือนต้องหายไป ขณะที่การซ่อมเรือไทยอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย เมื่อไม่มีเรือมาซ่อมลูกจ้างอู่ซ่อมเรือก็ว่างงานจำนวนมาก จึงขอให้ภาครัฐช่วยเจรจากับทางการมาเลเซียเพื่อให้เรือกลุ่มนี้ ซึ่งไม่เกี่ยวกับการนำสัตว์น้ำ ผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศได้เข้ามาซ่อมแซมเรือ เรื่องนี้บริษัทได้ส่งหนังสือไปยังรัฐบาลเกือบ 3 เดือนแล้ว แต่ยังไร้วี่แววในการช่วยเหลือ"

ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยถึงความคืบหน้าหลังจากที่เจ้าพนักงานได้เร่งจัดทำเครื่อง หมายอัตลักษณ์ประจำเรือประมงมาตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา พบมีเรือ 3 กลุ่ม ที่มีเครื่องมือประสิทธิภาพสูง ได้แก่ อวนลาก อวนล้อม และเครื่องมือจับปลากะตัก คือ อวนล้อมจับปลากะตัก และอวนช้อน ครอบ ยกปลากะตัก โดย กลุ่มที่ 1. เรือที่มีขนาดเล็กลงหรือใหญ่ขึ้นไม่เกิน 10% จำนวน 7,807 ลำ กลุ่มที่ 2 คือ เรือที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเกิน 10% จากทะเบียนเรือ จำนวน 848 ลำ โดยเรือ 2 กลุ่มนี้สามารถซื้อ ควบรวมใบอนุญาตทำการประมงได้สูงสุด 291 วัน/ปี ส่วนเรือ กลุ่มที่ 3 ที่เรียกว่า กลุ่มขาว-แดง เป็นเรือที่ถูกตรึงพังงา (พวงมาลัยเรือ) กับกรมเจ้าท่า จำนวน 900 ลำต้องออกจากระบบ (จากทั้งหมด 949 ลำ แต่ 49 ลาขายไปแล้ว) เรือกลุ่มนี้ ผู้ประกอบการใช้วิธีแลก เปลี่ยน เพราะเห็นว่าเรือประมงที่ถูกตรึงพังงา บาง ลำมีสภาพดีเหมาะแก่การ นำมาใช้งาน ขณะที่เรือประมงบางลำปัจจุบันมีสภาพทรุดโทรม ซึ่งการแลกเปลี่ยนจะต้องเสร็จภายในวันที่ 15 ธันวาคมนี้

"อย่างที่เป็นข่าวเรือราคาสูงมาก ผู้ประกอบการไม่มีเงินซื้อ ทำให้ พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เตรียมขอเงินจากรัฐบาล 2,000 ล้านบาทเพื่อซื้อเรือจำนวนดังกล่าวไปทำประโยชน์ด้านอื่น คาดจะนำเสนอเรื่องต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือครม.พิจารณาอนุมัติในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้"

ด้านนายพงศธร ชัยวัฒน์ ผู้ประกอบการเรือ กลุ่มขาว-แดง เผยว่า เรือ กลุ่มนี้จะถูกรัฐบาลรับซื้อคืน ในราคา 25% ของราคาประ เมิน ไม่คิดค่าเครื่องยนต์และอุปกรณ์อื่นๆ เรื่องนี้ภาวนาอย่าให้มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีเกษตรฯ เพราะเกรงเรื่องจะกลับไปเริ่มต้นใหม่

ฐานเศรษฐกิจ
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"ประมงลุ้นครม.ไฟเขียว2พันล. ซื้อเรือคืน900ลำ-อู่ซ่อมกระทบหนักมาเลย์ห้ามเข้าไทย". (28-11-2560).
กรมประมง.: สืบค้นเมื่อ 28-11-2560, เข้าถึงได้จาก : http://www.iqnewsclip.com/selection/newsstory.aspx?nid=F2F2C9352E062D5776D3BC1108D06ACA&pg=service