เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

บิ๊กตู่ ใช้ม.44 ฟันประมงพื้นบ้าน อียู จี้ไม่หยุดเข้มโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ

21 กันยายน 2559
2,415
ศปมผ.ตรวจสอบโรงงาน-ห้องเย็น-ล้งกว่า 100 แห่ง 25 จังหวัด เน้นแรงงานผิดกฎหมาย ค้ามนุษย์ เผยอียูจี้ไทยคุมเข้มต่อเนื่อง กระทรวงอุตฯ พบโรงงานทำผิด 62 แห่ง เล็งตรวจต่อถึงสิ้น ก.ย. "บิ๊กตู่" ใช้ ม.44 ฟันเรือประมง 10 ตันกรอสไม่มีทะเบียน
แม้ว่าสหภาพยุโรปจะยังคงสถานะ "ใบเหลือง" หรือการเป็นประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือกับสหภาพยุโรปในการป้องกันยับยั้งและขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (IIIegal Unreported and Unregulated IUU Fishing) พร้อมกับให้รัฐบาลไทยแก้ไขปัญหา IUU ต่อไปอย่างน้อยจนกระทั่งถึงเดือนมกราคม 2560 จึงจะทำการประเมินสถานะของประเทศไทยใหม่ก็ตาม ปรากฏในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่นี้ รัฐบาลไทยได้เร่งแก้ปัญหาด้วยการออกตรวจสถานแปรรูปสัตว์น้ำและการเร่งจดทะเบียนเรือประมงที่เหลือทั้งหมด

รายงานข่าวจากศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ศูนย์ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดชุด "หน่วยเฉพาะกิจ" ออกตรวจสอบสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำใน 25 จังหวัด แบ่งเป็น หน่วยเฉพาะกิจตรวจสอบสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำเขต 1 รับผิดชอบ

จังหวัดตราด-จันทบุรี-ระยอง-ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา-สมุทรปราการ-สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม-เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร-นครปฐม-ปทุมธานี-ราชบุรี-กรุงเทพฯ หน่วยเฉพาะกิจตรวจสอบสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำเขต 2 รับผิดชอบจังหวัดสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช-สงขลา-พัทลุง-ปัตตานี และหน่วยเฉพาะกิจตรวจสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำเขต 3 รับผิดชอบจังหวัดระนอง-พังงา-ภูเก็ต-ตรัง และสตูล

โดยมีเป้าหมายออกตรวจสอบสถานประกอบการหรือโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ 3 ประเภทด้วยกันคือ สถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำเบื้องต้น (List of Primary Product) ที่จดทะเบียนกับกรมประมง ซึ่งยังไม่ได้รับการตรวจจำนวน 62 แห่ง, สถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำที่เคยตรวจพบการกระทำผิดมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานประกอบการที่เคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการจ้างงานและการคุ้มครองแรงงาน ให้ทำการตรวจสอบไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของบัญชีรายชื่อ หรือจำนวน 25 แห่ง จาก 49 แห่ง และสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำที่ได้รับการรับรองจากกรมประมงให้สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำไปยังสหภาพยุโรป (List of EU Approved Establishments) ให้ตรวจสอบไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของบัญชีรายชื่อ หรือ 13 แห่ง จาก 221 แห่ง

"การตรวจสอบให้เจ้าหน้าที่ชุดตรวจจากกระทรวงแรงงานทำการคัดกรอง ตรวจการจ้างงาน ตรวจสภาพการทำงาน หากพบข้อบ่งชี้ว่าโรงงานนั้นมีสิ่งผิดปกติให้เจ้าหน้าที่จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เข้าตรวจข้อบ่งชี้ในเรื่องของการค้ามนุษย์ตามแบบสัมภาษณ์สำหรับคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ กรณีพบการกระทำผิดก็ให้ชุดเฉพาะกิจดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ลงโทษตามกฎหมายต่อไป" แหล่งข่าวกล่าว

ทั้งนี้ การออกตรวจสอบสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำข้างต้นเป็นการดำเนินการต่อเนื่องตามข้อเสนอแนะของคณะผู้แทนสหภาพยุโรปที่มีการหารือล่าสุดระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน-5 กรกฎาคม 2559 แนะนำให้ฝ่ายไทยดำเนินการ

ตรวจสอบโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำต่อไปอีกระยะหนึ่งเพื่อเป็นการป้องปรามนายจ้าง-ผู้ประกอบการและตรวจสอบการจ้างงานและคุ้มครองแรงงาน ว่ายังเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ โดยครั้งนี้ ศปมผ.ตั้งเป้าไว้ว่า อย่างน้อยต้องตรวจสอบให้ได้มากกว่า 100 แห่ง เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมถึง 30 กันยายน และพร้อมจะส่งรายงานการตรวจสอบภายในวันที่ 10 ตุลาคม 2559

ด้านนายศักดา พันธ์กล้า รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมดำเนินการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์และการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ร่วมไปกับชุดเฉพาะกิจตรวจสอบสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำ ในจังหวัดเป้าหมาย โดยที่ผ่านมาในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้ร่วมกับศูนย์ประสานการปฏิบัติการรักษา

ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เขตพื้นที่เข้าตรวจสอบโรงงานเป้าหมาย แบ่งการตรวจสอบออกเป็น 2 ช่วงคือ

ช่วงแรก ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2558 เข้าตรวจสอบโรงงานห้องเย็น-โรงงานน้ำปลา-โรงงานแปรรูปสัตว์น้ำรวม 150 แห่ง ปรากฏพบการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 จำนวน 31 โรง มีการดำเนินการทางปกครอง พร้อมดำเนินคดีอาญาสั่งเปรียบเทียบปรับไปเรียบร้อยแล้ว ช่วงที่ 2 ระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2559 ออกตรวจสอบโรงงานจำนวน 132 แห่ง ด้วยการเน้นไปที่โรงงานแกะล้างสัตว์น้ำ (ล้ง) และตรวจซ้ำโรงงานที่ถูกตรวจสอบในช่วงแรก ปรากฏพบการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.โรงงานจำนวน 31 แห่ง ได้สั่งการทางปกครองและอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีอาญาด้วยการเปรียบเทียบปรับอยู่

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตาม มาตรา 44 แก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (IUU) ครั้งที่ 3 ฉบับเพิ่มเติม มีคำสั่งให้เรือประมงพาณิชย์ขนาด 10 ตันกรอสที่ไม่มีทะเบียนเรือ หรือ มีทะเบียนแต่ไม่มีใบอนุญาต ซึ่งเป็นเรือที่ไม่ถูกกฎหมาย ต้องแจ้งจุดจอดเรือที่ชัดเจนกับกรมเจ้าท่าภายใน 15 วัน นับจากวันประกาศ หรือตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ล็อกเครื่องมือบังคับเรือ

ส่วนเรือที่ไม่มีใบอนุญาตการใช้เรือได้กำหนดให้แจ้งงดการใช้เรือหรือเปลี่ยนประเภทเรือต่อเจ้าหน้าที่ภายใน 30 วัน โดยให้เรือเหล่านี้ไม่ต้องติดตั้งระบบติดตามเรือ (VMS) โดยคำสั่งนี้ออกมาหลังจากที่กรมประมงได้เรียกเรือประมงพาณิชย์ขนาด 10-30 ตันกรอสที่มีประมาณ 11,411 ลำ เข้ามาแจ้งเพื่อรับการตรวจสอบเรือและเครื่องมือทำการประมง ปรากฏมีเรือมาขอรับการตรวจสอบจำนวน 11,111 ลำ เหลืออีก 300 ลำยังไม่เข้ามาแจ้งตรวจสอบ ซึ่งกรมประมงจะทำการเพิกถอนใบอนุญาตภายใน 2 ปี

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"บิ๊กตู่ ใช้ม.44 ฟันประมงพื้นบ้าน อียู จี้ไม่หยุดเข้มโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ". (19-09-2559). ประชาชาติธุรกิจ.: สืบค้นเมื่อ 21-09-2559, เข้าถึงได้จาก : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1474269201