เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

จี้ กรมประมง ออกกม.เลิกอวนจม เหตุเรือพื้นบ้านแห่ใช้ทำปลาอ่าวไทยใกล้สูญพันธุ์

11 กรกฏาคม 2559
1,260
จี้กรมประมงออกกฎหมายเลิกใช้อวนจมแฉเรือประมงพื้นบ้าน 400-500 ลำในเขตชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และสุราษฎร์ธานี แห่วางดักพ่อแม่พันธุ์ปลาที่ว่ายเข้าฝั่งเพื่อวางไข่ช่วงปิดอ่าวไทยจนแทบจะสูญพันธุ์ โดยเฉพาะปลาทูที่หายไปจากอ่าวไทยกว่า 2-3 ปี เผยอียูพอใจเรื่องระบบตรวจสอบย้อนกลับ แต่ระบบ VMS ยังไม่เสถียร
แหล่งข่าววงการประมง เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงสาเหตุปลาในทะเลอ่าวไทยลดลงค่อนข้างมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาว่า มาจากสาเหตุกรมประมงไม่ห้ามเรือประมงพื้นบ้านใช้อวนจมในการจับปลา โดยเฉพาะปลาทูที่ตลาดต้องการแทบจะหายไปจากตลาด แทนที่จะวางอวนความยาวไม่เกิน 2 กิโลเมตรต่อรายกลับมีการวางอวนจมยาวกว่า 40 กิโลเมตร

เมื่อคิดจากจำนวนเรือประมงพื้นบ้าน 400-500 ลำในเขตจังหวัดชุมพร ประจวบคีรีขันธ์และสุราษฎร์ธานี จึงถือว่ามีการวางอวนค่อนข้างสูง ผลกระทบจึงมีค่อนข้างมาก แม้จะมีการปิดอ่าวไทย 3 เดือนในช่วงวันที่ 15 ก.พ.-15 พ.ค. 2559 แต่เมื่อมีการเปิดอ่าวอีกครั้ง กลับไม่มีปลาทูเหลืออยู่เลย ทั้งที่ปีนี้เรือประมงพาณิชย์หายไปมากจากการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (IUU Fishing) ซึ่งควรจะมีปลาเพิ่มขึ้น

ดังนั้น กรมประมงควรออกกฎหมายห้ามเรือประมงพื้นบ้านและเรือทุกชนิดใช้อวนจมเพราะมีการใช้อวนชนิดนี้จับปลาทุกฤดู เป็นเรื่องร้ายแรงเท่ากับเรื่อง IUU

"การวางอวนจมยาวหลายสิบกิโลเมตรของเรือประมงพื้นบ้านแต่ละราย เป็นการทำลายล้างทรัพยากรในทะเลที่สูงกว่าเรืออวนดำ อวนล้อมเสียอีก ปลาหน้าดินจำนวนมาก โดยเฉพาะพ่อแม่พันธุ์ที่จะว่ายกลับเข้าฝั่งเพื่อไปวางไข่ ต้องถูกจับจากอวนเหล่านี้ โดยเฉพาะในเขตชุมพรและประจวบคีรีขันธ์ ในขณะที่สุราษฎร์ธานีที่ถูกปิดอ่าวส่วนใหญ่จะใช้อวนลอยปู ที่ไม่กระทบต่อการวางไข่สัตว์น้ำมากนัก จึงไม่ทราบว่ากรมประมงรู้เรื่องนี้หรือไม่"

ส่วนการเข้ามาตรวจสอบความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายในไทย ของผู้เชี่ยวชาญจากสหภาพยุโรป (อียู) นั้น แหล่งข่าววงการประมงกล่าวว่า โดยภาพรวมเรื่องระบบตรวจสอบย้อนกลับมีแนวโน้มดีขึ้น หลังองค์การสะพานปลา (อสป.) เปิดท่าเรือ เกือบ 18 แห่งทั่วประเทศออกใบกำกับซื้อขายสัตว์น้ำ (MCPD) ที่เป็นขั้นตอนสำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งระหว่างเรือประมงกับผู้ซื้อสัตว์น้ำเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ในเรื่องระบบติดตามตำแหน่งเรือ (VMS) ยังมีปัญหาอยู่บ้าง จากสัญญาณไม่เสถียร สัญญาณติดบ้างไม่ติดบ้าง ทำให้เรือประมงมีปัญหากลัวถูกทางการจับกุมไปด้วย ซึ่งประเด็นนี้ กรมประมงจะต้องสั่งให้บริษัทที่รับติดตั้งสัญญาณแก้ไขระบบโดยด่วน และในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายกับชาวประมง และธุรกิจประมง อียูมองว่าล่าช้า

ด้านนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯมีนโยบายพัฒนาระบบการทำประมงนอกน่านน้ำของไทยให้มีศักยภาพระสิทธิภาพตามแผนการพัฒนาประมงไทย และเพื่อให้เกิดความยั่งยืนของท้องทะเลตามแผนการติดตาม และการออกใบรับรองสัตว์น้ำและให้มีผู้สังเกตการณ์บนเรือประมงไทยที่ทำการประมงในเขตทะเลหลวง (Obs) และยังมีหลายส่วนที่ต้องปรับเพื่อให้สอดรับกฎหมาย

ล่าสุดมีการส่งผู้สังเกตการณ์บนเรือชุดแรกจะมีทั้งหมดจำนวน 2 คน เฉพาะการตรวจเรือประมงนอกน่านน้ำไทย การดำเนินการเรือนอกน่านน้ำนี้ เพื่อเป็นการกำกับดูแลสัตว์น้ำและเพื่อคอยให้คำแนะนำการทำประมง ตลอดจนเพื่อชี้แนะชาวประมงนอกน่านน้ำอย่างถูกต้อง

สำคัญคือเพื่อความยั่งยืน และขณะนี้กรมประมงได้ทำหน้าที่อบรมผู้สังเกตการณ์อีก 30 คน เพิ่มเติมต่อไป เชื่อว่าการส่งผู้สังเกตการณ์บนเรือประมงนอกน่านน้ำของไทยครั้งนี้เพื่อให้เป็นมาตรฐานสากล" นายธีรภัทรกล่าว

รายงานข่าวระบุว่า รัฐบาลไทยตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดีและพยายามแก้ไขปัญหามาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่จะต้องหามาตรการเพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้น หรือป้องกันมิให้ปัญหาดังกล่าวเกิดซ้ำอีก อันจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจนอาจทำให้เกิดสถานการณ์ไม่พึงประสงค์และยากจะแก้ไข โดยเน้นถึงการควบคุมบริษัทผู้ประกอบการประมงนอกน่านน้ำไทย (บริษัทนายหน้า) เรือประมง ผู้ควบคุมเรือ และลูกเรือ ตลอดจนเร่งรัดการเจรจากับต่างประเทศ ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์การพัฒนาการทำการประมงนอกน่านน้ำไทย มีดังต่อไปนี้

1) การแสวงหาแหล่งทำการประมงนอกน่านน้ำไทยอย่างถูกต้อง เพื่อรองรับกองเรือประมงนอกน่านน้ำไทยให้นำสัตว์น้ำเข้าสู่ประเทศไทย อย่างน้อย 1 ล้านตันต่อปี 2)การบริหารจัดการองค์กรการทำประมงกับต่างประเทศให้มีเอกภาพ โดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมเพื่อกำหนดทิศทาง 3) การปรับปรุงประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันของกองเรือประมงนอกน่านน้ำไทย เพื่อการทำประมงอย่างยั่งยืน และสามารถไปทำการประมงในระยะไกล รวมทั้งทะเลหลวง 4) การควบคุมตรวจสอบการทำประมงโดยผิดกฎหมาย 5) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อการทำประมงนอกน่านน้ำไทยอย่างยั่งยืน 6) เสริมสร้างความร่วมมือในการทำการประมงกับต่างประเทศ

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"จี้ กรมประมง ออกกม.เลิกอวนจม เหตุเรือพื้นบ้านแห่ใช้ทำปลาอ่าวไทยใกล้สูญพันธุ์". (10-07-2559). ประชาชาติธุรกิจ.: สืบค้นเมื่อ 11-07-2559, เข้าถึงได้จาก : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1468120834