เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

สหรัฐเล็งประกาศกฎหมายIUUก.ย.นี้ คุมเข้มตรวจย้อนกลับทูน่า-กุ้งคนเลี้ยงเตรียมรับมือ

03 มิถุนายน 2559
2,023
ทูตพาณิชย์เผยสหรัฐเล็งประกาศใช้กฎหมาย IUU ก.ย. หรือต้น ต.ค.นี้ หลังผ่านสภาคองเกรส หวั่นกระทบส่งออกกุ้งและทูน่าไปสหรัฐ เหตุคุมเข้มข้นระบบตรวจสอบย้อนกลับ พร้อมบีบต้องมี "ใบรับรองจากคนกลาง" Third-party Certification เข้ามาตรวจสอบ สร้างภาระต้นทุนให้เกษตรกร-ผู้ส่งออกเพียบ
แหล่งข่าวจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงความคืบหน้ากรณีกระทรวงพาณิชย์ สหรัฐ โดย National Ocean and Atmospheric Administra-tion (NOAA) จัดทำร่างรายละเอียดของกฎระเบียบ Proposed Rule For First Phase of U.S. Seafood Traceability Program ภายใต้ Magnuson-Stevens Fishery Conservation and Management Act (MSA) หรือที่รู้จักในนามกฎหมาย IUU สหรัฐว่า ขณะนี้ NOAA ได้จัดรับฟังความเห็นต่อร่างกฎหมายดังกล่าวไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการรับฟังความเห็นครั้งที่ 2 จากก่อนหน้านี้ที่รับฟังความเห็นทางอินเทอร์เน็ต โดยการรับฟังความเห็นครั้งนี้สิ้นสุดในวันที่ 5 เมษายน 2559 หลังจากนี้จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาโดยรัฐสภาสหรัฐ ซึ่งน่าจะเสร็จสิ้นในเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้ ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวจะเพิ่มความเข้มข้นเรื่องระบบตรวจสอบย้อนกลับ โดยบังคับต้องมีใบรับรองจากคนกลาง หรือ Third-party Certification ในการส่งออกด้วย ต่อไปการรับซื้อวัตถุดิบจากฟาร์มของเกษตรกรจะต้องมีระบบที่รัดกุมขึ้น ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนให้คนเลี้ยงและผู้ส่งออก

สำหรับแผนปฏิบัติการนี้กำหนดให้มีการตรวจสอบย้อนกลับสำหรับการนำเข้าสินค้าอาหารทะเลที่มีความเสี่ยงต่อการทำประมงผิดกฎหมาย IUU 13 รายการ ได้แก่ หอยเป๋าฮื้อ, ปลาค็อดแอตแลนติก (Atlantic Cod), ปูม้า, ปลาโลมา, ปลาทะเลประเภท Grouper, แมงดาทะเล, ปลาค็อดแปซิฟิก (Pacific Cod), ปลากะพงแดง, ปลิงทะเล, ฉลาม, กุ้ง, ปลากระโทงแทงดาบ และปลาทูน่า ซึ่งสินค้าทั้งหมดจะต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ รวม 13 ขั้นตอน โดยอาศัยหลักการเดียวกับ IUU ของสหภาพยุโรป อย่างไรก็ตาม กฎหมายนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตและส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น อินเดีย อินโดนีเซีย เอกวาดอร์ รวมถึงไทยซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกกุ้งและทูน่าไปสหรัฐ ซึ่งไม่เพียงเท่านั้นยังน่ากังวลว่าในอนาคตสหรัฐจะขยายการบังคับใช้ไปยังสินค้าประมงอื่น ๆ ด้วย

แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า ทาง สคร.ยังคงเป้าหมายการส่งออกปี 2559 ตลาดสหรัฐ ว่าจะขยายตัว 5% จากปี 2558 ที่ส่งออกได้ 24,058 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากคาดการณ์ว่าในปีนี้ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจสหรัฐจะปรับตัวดีขึ้น เพราะจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ แทนนายบารัก โอบามา ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2559 ประกอบกับผลดีจากกรณีที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอาจจะพิจารณาให้คงสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) กับสินค้าอุปกรณ์เครื่องเดินทาง (พิกัด 4202) กับไทย ในเดือนกรกฎาคม 2559 ซึ่งจะลดภาษีจากปกติในอัตรา 28-30% เหลือ 0% ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะเดินทางเยือนสหรัฐเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

อย่างไรตาม ในระยะสั้นผู้ประกอบการยังต้องติดตามสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งมีผลเชื่อมโยงกับที่ธนาคารกลางสหรัฐจะประชุมช่วงเดือนมิถุนายนนี้ว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ หากปรับขึ้นดอกเบี้ยอาจจะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง จากก่อนหน้าที่ปรับขึ้นไปแล้ว 1 ครั้ง อัตรา 0.25% ประกอบกับสถานการณ์ราคาน้ำมันว่าจะปรับลดลงอีกหรือไม่ ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้จะมีผลต่อความมั่นใจของผู้บริโภคสหรัฐ หากสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอ ประชาชนอาจจะลดการจับจ่ายหันไปออมเงินมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทยด้วย

สำหรับแผนการผลักดันการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลัง สคร.เสนอแผนพัฒนาผู้ประกอบการผลิตสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งเป็นสินค้าสำคัญลำดับต้น ๆ ในการส่งออกไปตลาดสหรัฐ ซึ่งทาง สคร.มีการจัดกิจกรรมนำผู้เชี่ยวชาญจากนิวยอร์กมาให้ความรู้ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพในเดือนกันยายนนี้ โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการสมัครร่วมโครงการแล้ว 40 ราย อยู่ระหว่างคัดเลือกรอบแรก ซึ่งจะเหลือ 24 ราย ที่มีศักยภาพในการผลิตสินค้า เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมีโครงการส่งเสริมการส่งออกสินค้าแฟชั่น ในงานนิวยอร์ก แฟชั่นวีก ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนกันยายนนี้

ทั้งนี้ในเดือนเมษายน 2559 ไทยส่งออกไปสหรัฐ มูลค่า 1,806 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 6.7% จากเดือนเมษายน 2558 ส่งผลให้ยอดส่งออกไปสหรัฐ 4 เดือนแรก (มกราคม-เมษายน) 2559 มีมูลค่า 7,468 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 4.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญในช่วง 4 เดือนแรก ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ มูลค่า 1,469.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 5.97% ผลิตภัณฑ์ยาง 548.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.60% อัญมณีและเครื่องประดับ 405.9 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.84% เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ 298.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 42.17% รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 278.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 17.44%

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"สหรัฐเล็งประกาศกฎหมายIUUก.ย.นี้ คุมเข้มตรวจย้อนกลับทูน่า-กุ้งคนเลี้ยงเตรียมรับมือ". (02-06-2559).
ประชาชาติธุรกิจ.: สืบค้นเมื่อ 03-06-2559, เข้าถึงได้จาก : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1464770706