เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

ยำหมึกบลูริงพิษร้ายถึงตาย กรมประมงเตือนไม่มียารักษา-พบรีบแจ้งเข้าตรวจสอบ

08 มีนาคม 2559
1,802
นายมีศักดิ์ ภักดีคง รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า หมึกสายวงน้ำเงิน หรือหมึกสายบลูริง (Blue-ringed octopus: Hapalochlaena spp.) มีรายงานพบในประเทศไทยทั้งทางฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน แต่ไม่มากนัก เป็นหมึกขนาดเล็ก ลักษณะลำตัวจะคล้ายถุงลมท้ายแหลม ความยาวประมาณ 4 เซนติเมตร มีลายวงแหวนชนิดเรืองแสงสีฟ้าจางๆ ขนาดเล็กกระจายอยู่บนลำตัวและส่วนหนวด ความยาวของหนวดจะมากกว่าความยาวลำตัว 1.5-2.5 เท่า อาศัยอยู่ตามพื้นท้องทะเลที่เป็นทราย ระดับความลึก 20-40 เมตร ชอบซ่อนพรางตัวเพื่อหลบเลี่ยงผู้ล่าและซุ่มรอเหยื่อ หมึกสายวงน้ำเงินไม่ใช่สัตว์ที่ดุร้าย แต่หากรู้สึกว่าถูกคุกคามจนรู้สึกไม่ปลอดภัย จะจู่โจมกัดพร้อมกับปล่อยพิษได้เสมอ
นายมนตรี สุมณฑา นักวิชาการประมงชำนาญการ สถานีประมงทะเลจังหวัดระนอง กล่าวว่า หมึกสายวงน้ำเงินเป็นสัตว์ที่มีพิษแรงมาก สามารถฆ่าคนได้อย่างง่ายดาย ประกอบด้วยสารพิษ 2 ชนิด คือ Maculotoxin ลักษณะคล้ายกับ Tetrodotoxin ที่พบในปลาปักเป้า มีพิษต่อระบบประสาท และ Hepalotoxin เป็นสารพิษชนิดร้ายแรงไม่มียาแก้พิษ ต้องช่วยในลักษณะเดียวกับปลาปักเป้า นั่นคือช่วยหายใจและรักษาตามอาการ หากพ้น 24 ชั่วโมงได้อาการจะดีขึ้นตามลำดับ

"เมื่อถูกปลาหมึกสายวงน้ำเงินกัด ขั้นแรก จะมีอาการคลื่นไส้ ตาพร่าเลือน ขั้นต่อมาจะทำให้มองไม่เห็นและประสาทสัมผัสก็จะไม่ทำงาน ไม่สามารถจะพูดหรือกลืนน้ำลายได้ และขั้นสุดท้ายประมาณ 10 นาทีต่อมา จะเป็นอัมพาตและหยุดหายใจได้ เนื่องจากสมองขาดออกซิเจน ดังนั้น ต้องรีบนำผู้ป่วยส่งแพทย์ให้เร็วที่สุดเพื่อใช้เครื่องช่วยหายใจในระหว่างที่ระบบประสาทยังสามารถทำงานได้ปกติ"

นายมีศักดิ์กล่าวต่อว่า สำหรับโอกาสที่คนทั่วไปจะโดนหมึกชนิดนี้กัดนั้นน้อยมาก เนื่องจากหมึกชนิดนี้ยังไม่มีการพบว่าเข้ามาแถบหาดทรายชายฝั่งน้ำตื้น อีกทั้งไม่มีนิสัยไล่กัดนักดำน้ำ และที่สำคัญ กรมประมง ไม่อนุญาตให้มีการนำเข้าหมึกสายชนิดนี้
ตามบัญชีแนบท้ายพระราชกฤษฎีกาห้ามมิให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2547 โดยมีประกาศครอบคลุมถึงหอยงวงช้างและปลาหมึกทุกชนิดใน Class Cephalophoda ดังนั้นจึงยากเราจะมีโอกาสได้ไปสัมผัสกับเจ้าหมึกชนิดนี้ นอกเสียจากว่าอาจตกได้กลางทะเลและไปจับตัวหมึกจนโดนกัด โดยปกติหมึกสายวงน้ำเงินหรือหมึก
สายอื่นๆ จะไม่สามารถจับได้โดยการตกเหมือนหมึกกล้วย แต่อาจจะจับได้โดยการใช้เครื่องมืออวนลาก หรือลอบหมึกสาย ซึ่งชาวประมงกลุ่มนี้ต้องระมัดระวังหมึกชนิดดังกล่าวเป็นพิเศษ สำหรับในประเทศไทยนั้นยังไม่มีข้อมูลผู้ถูกหมึกสายชนิดนี้กัด

สุดท้ายนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภครวมถึงพ่อค้า แม่ค้า จึงขอเตือนให้ทุกท่านเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อหมึกมารับประทาน โดยให้สังเกตลักษณะภายนอกของหมึกก่อนที่จะเลือกซื้ออย่างละเอียด หากพบเห็นหมึกชนิดนี้ ขอให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสและห้ามนำมารับประทานโดยเด็ดขาด พร้อมทั้งรีบแจ้งสำนักงานประมงจังหวัดใกล้บ้านเพื่อให้เข้าไปตรวจสอบโดยเร็ว หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมประมง โทร. 0-2562-0600
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"ยำหมึกบลูริงพิษร้ายถึงตาย กรมประมงเตือนไม่มียารักษา-พบรีบแจ้งเข้าตรวจสอบ". (08-09-2559). แนวหน้า.: สืบค้นเมื่อ 08-09-2559, เข้าถึงได้จาก : http://www.naewna.com/local/205821