เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

ไส้เดือนกลิ่นดอกโมก โรงงานปุ๋ย...ต้านมะเร็ง

12 กุมภาพันธ์ 2559
4,343
ไส้เดือนถึงจะเป็นที่น่ารังเกียจของใครหลายคน นอกจากรูปร่างหน้าตาจะไม่ชวนพิสมัย เนื้อตัวยังมีกลิ่นคาวคลุ้ง...แต่ไม่น่าเชื่อว่าในโลกนี้ยังมีไส้เดือนกลิ่นหอมมิต่างดอกโมกสีขาว ช่อเล็กๆ ที่นิยมปลูกเป็นรั้วบ้าน
และไม่ใช่ไส้เดือนต่างถิ่นนำเข้าจากประเทศไหน...อยู่ในดินบ้านเรานี่แหละ
"ผมเริ่มศึกษาและทดลองเลี้ยงไส้เดือนสารพัดพันธุ์มาหลายสิบปี เพิ่งมาพบไส้เดือนสีน้ำเงิน มีชื่อสามัญว่า Blue worm มีลักษณะพิเศษ นอกจากมีกลิ่นหอมไม่เหมือนไส้เดือนพันธุ์อื่น ยังขยายพันธุ์ได้เร็วมาก หากเริ่มต้นด้วยพ่อแม่พันธุ์ 1,000 ตัว ภายใน 1 ปี จะเพิ่มเป็น 15,000 ล้านตัว ไม่รวมไข่อีกกว่า 20,000 ล้านฟอง"

รศ.ดร.สมชัย จันทร์สว่าง ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกว่า ไส้เดือนสีน้ำเงินไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ เราสามารถพบได้ตามป่าสมบูรณ์ในประเทศเขตร้อนแถบเอเชีย ไล่ตั้งแต่อินเดียยันประเทศไทย
แต่ที่ถือเป็นการค้นพบครั้งแรกอันน่าพิศวง คือเป็นไส้เดือนชนิดเดียวที่มีกลิ่นดอกโมก

และเจ้ากลิ่นหอมที่ว่านี้มาจากน้ำสีเหลืองอ่อนกลางลำตัวของไส้เดือน (Coelomic fluid) เมื่อจับตัวมันเอามาไว้ในมือ มันจะขับกลิ่นนี้ออกมาจากตัวด้วยสัญชาตญาณ
น้ำสีเหลืองอ่อนมีกลิ่นหอมนี่แหละกำลังถูกนำไปใช้ต่อยอดงานวิจัยเพื่อนำไปใช้สกัดหาสารกำจัดเชื้อรา ที่ผลิตสารพิษอะฟลาทอกซิน อันเป็นสารก่อมะเร็ง...ไม่แน่ต่อไปการเลี้ยงไส้เดือนจะไม่ใช่แค่เลี้ยงเอาตัว เลี้ยงทำปุ๋ยแค่นั้น แต่รวมไปถึงเลี้ยงเพื่อทำยาต้านมะเร็งด้วย

นอกจากกลิ่นหอมอันเป็นประโยชน์ทางการแพทย์แล้ว ไส้เดือนสีน้ำเงินยังมีความพิเศษด้วยมีขนาดตัวที่เล็ก ทำให้มูลมีขนาดเล็กละเอียด ย่อยสลายได้เร็ว พืชนำไปใช้ประโยชน์ได้ดีกว่ามูลไส้เดือนชนิดอื่น
ตู้ลิ้นชักแบบนี้ก็เลี้ยงได้.

ด้วยมีขีดความสามารถในการขยายพันธุ์ได้เร็วมาก ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงแนะนำส่ง เสริมให้นำไปใช้ประโยชน์ในการกำจัดขยะอินทรีย์ ผลิตปุ๋ยหมัก และนำไปผลิตเป็นวัตถุดิบในอาหารสัตว์น้ำ
เพราะเป็นไส้เดือนที่เลี้ยงง่ายในกะละมัง โดยไม่ต้องมีฝาปิด ไส้เดือนสีน้ำเงินจะไม่หนีไปไหน หรือจะเลี้ยงในบ่อ อ่าง ตู้ชั้น ที่หาได้ทั่วไปตามท้องตลาด อาหารที่ใช้เลี้ยงก็ไม่มีอะไรมาก เศษใบไม้ เศษอาหาร ของเหลือ มูลสัตว์ ใช้ได้หมด
สนใจเลี้ยงไส้เดือนสีน้ำเงิน สร้างอาชีพขายปุ๋ย ทำอาหารสัตว์น้ำ สอบถาม รศ.สมชัย ได้ที่ 08-1867-0907 สนนราคา กก.ละ 700 บาท จะได้พ่อแม่พันธุ์ประมาณ 3,300 ตัว เพียงแค่ 3 เดือน จะได้ไส้เดือนสีน้ำเงินเพิ่มเป็น 300,000 ตัว และได้ปุ๋ยราว 500 กก. นี่เฉพาะเพาะเลี้ยงทำเงินแค่รุ่นแรก.
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
กรวัฒน์ วีนิล. "ไส้เดือนกลิ่นดอกโมก โรงงานปุ๋ย...ต้านมะเร็ง". (12-02-2559). ไทยรัฐ.:
สืบค้นเมื่อ 12-02-2559, เข้าถึงได้จาก : https://www.thairath.co.th/content/575972