เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

แจ้งเตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงกบ เฝ้าระวังโรคปากเปื่อยเท้าเปื่อยในช่วงฤดูหนาว

05 กุมภาพันธ์ 2559
3,680
ปัญหาที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกบมักพบบ่อยในช่วงฤดูหนาวนอกจากกบจะเครียดกินอาหารน้อยลงแล้ว กบที่เลี้ยงในบ่อยังต้องประสบกับปัญหาปากเปื่อยเท้าเปื่อยส่งผลให้เกิดการระบาดในฟาร์มกบและตายเป็นจำนวนมาก
พ่อสวาสดิ์ พุทธรรมา ปราชญ์ชาวบ้านผู้ประกอบอาชีพการเลี้ยงกบ ได้ฝากเตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงกบว่าในช่วงฤดูหนาวที่มีอากาศหนาวเย็นและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ปัญหาที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกบมักพบบ่อยคือกบจะเครียดกินอาหารน้อยลงแล้วหรือไม่กินอาหารเลย ทำให้กบตัวผอม เหลือง และซีด อีกทั้งสภาพอากาศยังเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในบ่อที่จะมาสู่โรคปากเปื่อยเท้าเปื่อยในกบ หากไม่มีการป้องกันหรือการดูแลที่ดีอาจจะทำให้กบในฟาร์มของเกษตรกรเกิดโรคระบาดและเสี่ยงที่จะตายทั้งฟาร์มได้
พ่อสวาสดิ์ พุทธรรมา ซึ่งเคยประสบกับปัญหาโรคปากเปื่อยเท้าเปื่อยในกบได้ฝากบอกถึงวิธีการดูแลรักษากบในฟาร์มช่วงฤดูหนาวไว้ดังนี้
1.ต้องมีการสังเกตการกินอาหารของกบ ว่าได้น้อยหรือมาก
2.มั่นจับกบในฟาร์มตรวจดูทุกวันว่ามีอาการปากเปื่อยเท้าเปื่อยหรือไม่
3.ปรับเปลี่ยนสภาพน้ำในบ่อทุก 2 สัปดาห์
4.ฉีดน้ำจุลินทรีย์เพื่อปรับสภาพความเป็นกรดด่างสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ในบ่อกบอยู่เสมอ โดยมีวิธีการทำง่ายๆ ดังนี้
นำถังหมักใส่น้ำ 18 ลิตร ใส่ EM 1 กระป๋อง เหล้าขาว 1 ขวด กากน้ำตาล 1 กระป๋อง และน้ำส้มสายชู 1 ขวดหมักทิ้งไว้ 7 วัน ส่วนวิธีใช้ ปริมาณน้ำจุลินทรีย์ 3-4 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 10 ลิตร ผสมให้เข้ากันแล้วนำไปฉีดพ่นในบ่อเลี้ยงกบเพียงเท่านี้ก็จะทำให้กบปลอดโรคได้
ฝากถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงกบลองนำวิธีการเลี้ยงกบที่แนะนำไปปรับใช้ในฟาร์มของท่านเพื่อป้องกันการระบาดของโรคบอกเปื่อยเท้าเปื่อยในฟาร์มซึ่งอาจส่งผลให้กบตายเป็นจำนวนมาก
เรียบเรียงข้อมูลโดย : น.ส.อรอุมา จ่าเหลา เจ้าหน้าที่ร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิดจังหวัดขอนแก่น
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
สวาสดิ์ พุทธรรมา. ปราชญ์ชาวบ้านผู้มีความรู้เรื่องการเลี้ยงกบ. สัมภาษณ์, 29 มกราคม 2559.