เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

กรมปศุสัตว์ร่วมลงนามในMOUโครงการเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตน้ำนมโคกับ 3 สหกรณ์โคนม กรมส่งเสริมสหกรณ์ อ.ส.ค. และ ธกส. ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

29 มกราคม 2559
2,079
วันนี้(วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2559) นายสัตวแพทย์อยุทธ์ หรินทรานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตน้ำนมโค กับกรมส่งเสริมสหกรณ์ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และ 3 สหกรณ์โคนม ได้แก่ สหกรณ์โคนมไทยมิลค์ จำกัด สหกรณ์โคนมปากช่อง จำกัด สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด เป็นการยกระดับฟาร์มมาตรฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและปริมาณผลผลิตน้ำนมที่มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ณ สหกรณ์โคนมปากช่อง จำกัด อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
นายสัตวแพทย์อยุทธ์ หรินทรานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาการเลี้ยงโคนมของประเทศที่มีการเลี้ยงมานานและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้การเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพที่มีการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรประมาณ 17,100 ครัวเรือน และมีผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโคนมจำนวนมาก แต่การเลี้ยงโคนมในปัจจุบันยังมีปัญหา คือ การผลิตน้ำนมของเกษตรกรมีต้นทุนสูง เนื่องจากต้นทุนด้านอาหารโคนมทั้งอาหารข้นและอาหารหยาบ ที่มีปริมาณไม่เพียงพอและคุณภาพยังไม่เหมาะสม เกษตรกรต้องเลี้ยงโคนมทดแทนในฟาร์ม ซึ่งเป็นภาระและมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์แรงงานขาดแคลนในปัจจุบัน การขนส่งน้ำนมจากฟาร์มเกษตรกรสู่สหกรณ์หรือศูนย์รวบรวมน้ำนมมีค่าใช้จ่ายสูงและมีปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำนม เนื่องจากระบบการเก็บรักษาและการขนส่งน้ำนมที่ยังขาดประสิทธิภาพ

ดังนั้น กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงเสนอทางเลือกแก่สหกรณ์โคนมหรือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เพื่อให้การเลี้ยงโคนมมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และแก้ไขปัญหาการเลี้ยงโคนม โดยการปรับเปลี่ยนรูปให้มีการจัดการของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมหรือสหกรณ์โคนมฯ และการจัดการฟาร์มโคนมแบบใหม่ (งบฯ 150 ล้านบาท) โดยกลุ่มเกษตรกรหรือสหกรณ์โคนมจัดตั้งศูนย์ผลิตอาหาร (Feed Center) สำหรับผลิตอาหารผสมสำเร็จรูป (Total Mix Ration : TMR)จะทำให้เกษตรกรได้มีอาหารโคนมที่เพียงพอและมีคุณภาพดี (งบฯ 83 ล้านบาท) มีการสร้างธุรกิจการเลี้ยงโคนมทดแทน (งบฯ 62 ล้านบาท) เพื่อให้มีโคนมสาวท้องให้เกษตรกรเลี้ยงในอนาคตแบบมีคุณภาพและยั่งยืน มีการจัดการฟาร์มโคนมรูปแบบใหม่เพื่อช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานให้เกษตรกร มีระบบการจัดการรับส่งน้ำนมดิบที่ดีขึ้น ทำให้น้ำนมจากฟาร์มของเกษตรกรมีคุณภาพดี และลดต้นทุนในการขนส่งน้ำนมดิบไปยังศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบหรือสหกรณ์โคนม (งบฯ 5 ล้านบาท) รวมทั้งสร้างความเชื่อมโยง (Connectivity) (งบฯ 5.7 ล้านบาทต่อปี)

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับเปลี่ยนทั้งหมดดังกล่าวจะทำให้เกษตรกรมีรายได้จากการผลิตน้ำนมสูงขึ้นและชีวิตมีความสุข (Better livelihoods) โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ สหกรณ์โคนม 3 สหกรณ์ ฟาร์มโคนม 150 ฟาร์ม ซึ่งจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (พ.ศ.2558-2562) จึงมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องข้างต้นขึ้น เพื่อให้การดำเนินการตามโครงการสำเร็จลุล่วงเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ข้อมูล : กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์
ข่าว : น.ส.เพ็ญศิริ ดวงอุดม นักวิชาการเผยแพร่ชำนาญการ