เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
ชาวประมงชายฝั่งชุมพรขาดรายได้ เดือดร้อนหนัก คลื่นลมแรง น้ำทะเลเอ่อล้นท่วมท่าเทียบเรือในพื้นที่
26 มกราคม 2559
3,075
อาชีพการทำประมงชายฝั่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มีความสำคัญมากสำหรับจังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลอ่าวไทยอย่างจังหวัดชุมพร ในแต่ละปีจะมีช่วงฤดูมรสุมซึ่งชาวประมงในพื้นที่จะมีประสบการณ์และความชำนาญพื้นที่ ทำให้มีการเตรียมการล่วงหน้ากันเป็นอย่างดี และปรับตัวให้เข้ากับฤดูมรสุมอย่างลงตัว แต่หากในช่วงที่มีมรสุมหลงฤดูกาลหรือเกิดสภาพอากาศที่แปรปรวนกะทันหัน หรือรุนแรงกว่าที่คาดคิดไว้ ก็ทำให้ชาวประมงชายฝั่งในพื้นที่ปรับตัวและเตรียมความพร้อมไม่ทัน ส่งผลให้อุปกรณ์และสถานที่ทำประมงได้รับความเสียหาย ทำให้ชาวประมงชายฝั่งในพื้นที่ขาดรายได้และได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก
วันที่ 25 มกราคม 2559 เวลา 9.00 น. ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิดจังหวัดชุมพร ได้รับแจ้งจากชาวบ้านและชาวประมงในพื้นที่ชายฝั่งทะเลหลายๆพื้นที่ในอำเภอเมืองและอำเภอปะทิวไม่ว่าจะเป็นในส่วนของพื้นที่หมู่ที่ 9 ตำบลปากน้ำ พื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลนาชะอัง อำเภอเมือง รวมถึงพื้นที่ หมู่ที่ 8 ตำบลสะพลี อ.ปะทิว จังหวัดชุมพร ว่ามีชาวประมงในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นลมมรสุมได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 24 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนัก และลมกรรโชกแรง ชายฝั่งทะเลมีคลื่นสูง ส่งผลให้เรือประมงชายฝั่งหลายรายไม่สามารถออกทำประมงได้ตามปกติ และมีบางลำถูกคลื่นลมซัดจมทำให้เรือและอุปกรณ์ทำประมงได้รับความเสียหาย ตอนนี้เรือประมงชายฝั่งในพื้นที่ร่วมร้อยลำต้องหยุดทำประมง เพื่อติดตามเฝ้าดูสถานการณ์ จึงทำให้ขาดรายได้ และได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก
โดยจ่าสิบเอกชัยยุทธ์ มิ่งโมฬี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลนาชะอัง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ได้เล่าให้ฟังว่าจากเหตุการณ์คลื่นลมแรงในพื้นที่ชายฝั่งทะเลบ้านสามเสียม และบริเวณอ่าวพนังตักในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงชายฝั่งได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า เรือประมงทั้งในและนอกพื้นที่ เฉพาะที่ทำประมงอยู่บริเวณนี้ จำนวนไมน้อยกว่า 80 ลำ ไม่สามารถออกทำประมงได้ และบางก็ลำจมน้ำและได้รับความเสียหาย เพราะคลื่นลมดังกล่าวแรงกว่าที่คาดคิดไว้มาก และล่าสุดคลื่นได้ซัดสะพานและท่าเทียบเรือในพื้นที่อย่างแรงจนได้รับความเสียหายแล้ว และมีบางช่วงที่เริ่มทรุดตัวลงจากการกัดเซาะของน้ำทะเล ในส่วนของท่าเทียบเรือที่ชาวประมงต้องนำปลาขึ้นมาจากเรือเพื่อรอจำหน่ายทุกวันก็มีน้ำท่วมขังเอ่อนองในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องคอยติดตามและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องเพราะเกรงว่าจะทรุดตัวลง คาดว่าจะใช้งานไม่ได้อีกหลายวัน และอาจทำให้ชาวประมงในพื้นที่และแม่ค้าที่มารับซื้อปลาต้องขาดรายได้ตรงจุดนี้ไปพอสมควร และต้องคอยติดตามพยากรณ์อากาศ และแจ้งเตือนพี่น้องชาวประมงในพื้นที่ให้เพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นกว่าเดิม หลังจากสถานการณ์ดีขึ้นแล้วจะประเมินความเสียหายของท่าเทียบเรือ อุปกรณ์การทำประมง ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้และทำการซ่อมแซมให้เป็นปกติ พร้อมทั้งหาแนวทางในการชดเชยความเสียหายให้พี่น้องชาวประมงในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย
จ่าสิบเอกชัยยุทธ์ มิ่งโมฬี ยังได้แนะนำชาวประมงชายฝั่งทั้งในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงอีกว่า สิ่งที่ชาวประมงชายฝั่งสามารถทำได้ก็คือคอยติดตามเฝ้าระวังและฟังพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง ประเมินสถานการณ์คลื่นลมและสภาพอากาศให้ดี หากมีประกาศแจ้งเตือนก็อย่าฝ่าฝืนออกทำการประมง เนื่องจากปัจจุบันนอกจากมรสุมประจำปีแล้ว ยังมีมรสุมและคลื่นลมหลงฤดูมาบ่อยครั้ง การที่เราเตรียมความพร้อมอยู่เสมอจะช่วยให้ชาวประมงชายฝั่งพื้นบ้านของเราได้รับผลกระทบไม่มากนักและลดความเสียหายลงได้เป็นอย่างมาก
เรียบเรียงข้อมูลโดย : อรรถพงศ์ ศักนา.เจ้าหน้าที่ร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิดจังหวัดชุมพร.
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ชัยยุทธ์ มิ่งโมฬี. สัมภาษณ์, 25 มกราคม 2559.