เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

เกษตรกรผวา!โรคเพิร์สระบาดทำหมูตายยกเล้า

09 ธันวาคม 2558
1,999
เกษตรกรเลี้ยงหมูศรีษะเกษกุมขมับโรคเพริ์ส ระบาดหนักทำหมูตายกเล้า เผยเชื้อไวรัสเป็นพาหะแพร่ระบาดได้หลายทาง ไร้วัคซีนแก้ เร่งพ่นยาป้องกัน หวั่นขยายวงกว้าง
เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจาก นายกฤษณกร ใยขัน กำนันตำบลแขม อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษว่า ในพื้นที่พบสุกรที่ชาวบ้านเลี้ยงเป็นโรคประหลาด ตายยกเล้าโดยไม่ทราบสาเหตุ จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ ที่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 7 บ้านโนนสูง ต.แขม พบนายบุญทัน ดวงละว้า อายุ 52 ปี เจ้าของบ้านกำลังขุดหลุมฝังซากสุกรพ่อพันธุ์ และแม่พันธ์ อายุ 3 ปี น้ำหนักตัวละ 200 กิโลกรัม ที่ป่วยตายโดยไม่ทราบสาเหตุ 3 ตัว นายบุญทัน กล่าวว่า ตนทำอาชีพเพาะเลี้ยงสุกรมาหลายปี ปัจจุบันมีสุกรเหลือ 7 ตัว ตายไปแล้ว 3 ตัว เหลืออีกเพียง อีก 4 ตัว คาดว่าติดเชื้อเช่นกันเนื่องจากพบว่าเริ่มมีอาการซึมเศร้า เบื่ออาหาร น้ำหนักลดซูบผอม ขาอ่อนแรงยืนไม่ได้ เหมือนกับ 3 ตังที่เพิ่งล้มตายไป ตนเสียดายสุกรเหล่านี้มาก

ต่อมานายสุรชาติ แก้วศิลา นายอำเภออุทุมพรพิสัย ได้นำเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ และสัตวแพทย์ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า ในพื้นที่ ต.แขม และ ต.หัวช้าง เริ่มมีสุกรของชาวบ้านล้มตายโดยไม่ทราบสาเหตุจำนวนมาก ซึ่งทางอำเภอได้สั่งการให้ปศุสัตว์อำเภอเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อส่งไปตรวจพิสูจน์ที่สถานีวิจัยโรคสุรินทร์ ซึ่งต้องใช้เวลาในการตรวจพิสูจน์เป็นเวลา ประมาณ 7 วัน จึงจะทราบผล

ด้านนายสุริยา บุตรจินดา นายอำเภอราษีไศล เปิดเผยว่า พื้นที่ อ.ราษีไศล ทั้ง 13 ตำบล ได้ประกาศเป็นพื้นที่กำหนดเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราวแล้ว เนื่องจากเกิดโรคระบาดสุกร ชนิดพีอาร์อาร์เอส หรือโรคเพิร์ส ทำให้เกิดกลุ่มอาการโรคในระบบสืบพันธุ์ และทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นโรคระบาดร้ายแรง และอาจระบาดไปยังพื้นที่อื่น โดยขณะนี้มีสุกรล้มตายแล้วกว่า 500 ตัว เกษตรกรผู้เลี้ยง 60 ราย ได้รับผลกระทบ และมีการประกาศพื้นที่คุมเข้มโดยห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายโค กระบือแพะ แกะ หรือซากสัตว์ดังกล่าวภายในเขตที่ออกประกาศฯ หรือเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์เข้า-ออกนอกเขตนั้นเว้นแต่ได้รับอนุญาตอจากสัตวแพทย์ พร้อมห้ามมิให้เจ้าของหรือบุคคลใดเคลื่อนย้ายสัตว์ป่วยไปจากบริเวณนั้น ส่วนกรณีที่สัตว์ตายให้เจ้าของควบคุมซากสัตว์ในพื้นที่ และแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 12 ชั่วโมง นับแต่สัตว์ตาย ถ้าไม่อาจตรวจซากสัตว์นั้นภายใน 48 ชั่วโมง ให้เจ้าของฝังซากสัตว์นั้นลึกไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร สำหรับสัตว์ใหญ่ให้พูนดินกลบหลุมเหนือระดับพื้นดิน ไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร ทั้งนี้หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติหรือคำสั่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ทางอ.ราษีไศล ยังได้ประกาศโรคระบาดชนิดปากและเท้าเปื่อย ในสุกร และโคเนื้อเป็นพื้นที่ควบคุมอีกด้วย

ขณะที่นายพงศ์ภรณ์ บุญชิด ปศุสัตว์อำเภอราษีไศลกล่าวว่า โรคระบาดดังกล่าว เกิดจากเชื้อไวรัสสามารถขับออกมาจากร่างกายทางอุจจาระ ปัสสาวะ ลมหายใจ และน้ำเชื้อ ของสุกรที่ติดเชื้อ ซึ่งสามารถแพร่เชื้อไปยังสุกรตัวอื่น ๆ โดยการสัมผัสโดยตรง เช่นการสูดดม การเลีย หรือผสมพันธุ์รวมทั้งสามารถติดต่อได้ ทางระบบทางเดินหายใจ ส่วนอาการ เมื่อมีการติดเชื้อแล้วจะมีการแพร่ระบาดในคอกหรือฟาร์มอย่างรวดเร็ว สุกรจะมีไข้สูง นอนสุมกันตัวแดงไม่กินอาหาร ไม่อยากลุกขึ้นยืน ยืนได้ไม่นานก็จะล้ม บริเวณใบหู จมูกลำตัว ใต้ท้อง และก้น มีสีแดงม่วง หอบ หายใจเร็ว และดัง ตาบวมข้อและปอดอักเสบ เป็นต้น ซึ่งสุกรที่ป่วยตายด้วยโรคดังกล่าว ไม่ควรนำมาชำแหละหรือนำไปบริโภคเด็ดขาด แต่ควรฝังดินกลบ โดยโรคดังกล่าวขณะนี้ ยังไม่มีวัคซีนป้องกันและไม่สามารถรักษาให้หายได้ จึงทำได้เพียงฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อและประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชนผู้เลี้ยงสุกรรวมทั้งมีการตั้งด่านเข้มเพื่อกักสัตว์เข้าอีกเพียงเท่านั้น.

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"เกษตรกรผวา!โรคเพิร์สระบาดทำหมูตายยกเล้า". (08-12-2558). เดลินิวส์.: สืบค้นเมื่อ 09-12-2558, เข้าถึงได้จาก : http://www.dailynews.co.th/regional/365874