เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
เนื้อวัวพุ่งกิโลละ320บ.จีน-เวียดนามกว้านซื้อ ตลาดโคขุนบูมโพนยางคำ-ศรีวิชัย-กำแพงแสน
01 กันยายน 2558
3,793
โคเนื้อมีชีวิตเริ่มขาดแคลน พ่อค้าเวียดนาม-จีน ตระเวนกว้านซื้อไม่อั้นส่งกลับประเทศ ดันราคาเนื้อชำแหละหน้าเขียงพุ่งทะลุกิโลกรัมละ 250-320 บาท ตลาดนัดโค-กระบือภาคอีสานสุดคึกคัก พ่อค้าต่างถิ่นเปิดศึกแย่งซื้อนำไปขุนต่อ ฟันกำไรอื้อตัวละ 5,000 บาท ขณะที่สหกรณ์โคขุนโพนยางคำเร่งส่งเสริมเลี้ยงโคแม่พันธุ์ ภาคใต้ปั้นแบรนด์โคศรีวิชัยสำเร็จ ด้านโคขุนกำแพงแสนโกยรายได้120 ล้าน
ปัจจุบันสถานการณ์โคมีชีวิตในประเทศไทยเริ่มขาดแคลน เนื่องจาก 2-3 ปีที่ผ่านมา มีพ่อค้าจากประเทศจีน เวียดนาม เข้ามากว้านซื้อโคจากประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจีนที่เป็นตลาดใหญ่ ขณะที่ความต้องการบริโภคเนื้อโคในประเทศไทยก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ราคาเนื้อโคชำแหละในปัจจุบันพุ่งสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 250-320 บาท จึงจำเป็นต้องนำเข้าโคจากเมียนมาและอินเดียเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน โดยในปี 2556 ไทยนำเข้าโคมีชีวิต 1.8 แสนตัว มูลค่า 525 ล้านบาท

หน้าเขียงสารคามพุ่งโลละ 320

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานจากจังหวัดมหาสารคามว่า มหาสารคามมีการเลี้ยงโคเนื้ออยู่อันดับ 10 ของประเทศ ส่วนใหญ่เลี้ยงโคเนื้อพันธุ์พื้นเมือง และบราห์มัน โดยจากเดิมมีจำนวนมากถึง 2 แสนตัว จากโคทั้งหมดในประเทศ 6 ล้านตัว แต่ด้วยการบริโภคที่สูงขึ้น รวมทั้งมีพ่อค้าต่างถิ่นมากว้านซื้อเพื่อส่งตลาดต่างประเทศ ทำให้การเลี้ยงโคลดลงอยู่ประมาณ 1.2 แสนตัว จากเกษตรกร 3 หมื่นครอบครัว ส่งผลให้ราคาโคมีชีวิตสูงขึ้นเรื่อย ๆ และทำให้ราคาเนื้อโคชำแหละปรับสูงขึ้นตาม

จากการออกสำรวจราคาเนื้อโคชำแหละตามเขียงเนื้อในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคามพบว่า ส่วนใหญ่ราคาขายเนื้อโคชำแหละอยู่ที่กิโลกรัมละ 320 บาทขึ้นไป ซึ่งเป็นราคาที่พุ่งสูงขึ้นจากเดิมช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาราคาอยู่ที่ 130-150 บาท ปรับขึ้นเป็น 200 บาท และพุ่งเป็น 300 บาท และ 320 บาทในปัจจุบัน

แหล่งข่าวจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคามเปิดเผยว่า จากราคาที่สูงขึ้นจึงมีโครงการจัดโซนนิ่งส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อพันธุ์ดีป้อนตลาดอาเซียนมาตั้งแต่ปี2557โดยเข้าไปปรับปรุงสายพันธุ์โคที่เกษตรกรเลี้ยงอยู่เดิมให้มีคุณภาพดี เป็นการสร้างรายได้เข้าท้องถิ่น โดยตั้งเป้าผลิตลูกโคปีละ 1 หมื่นตัว มูลค่าไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท เป็นการส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อแบบครบวงจร โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมแล้วทุกอำเภอ 108 ตำบล

พ่อค้าตระเวนกว้านซื้อโคทั่วอีสาน

นอกจากนั้น ตลาดนัดโค-กระบือ บ้านหันต.เขวา อ.เมือง ซึ่งเปิดซื้อขายทุกวันพุธ พบว่าช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาราคาโคสูงขึ้น มีการซื้อขายโค-กระบือครั้งละไม่ต่ำกว่า 1,000 ตัว เงินสะพัดกว่า 20 ล้านบาทขึ้นไป นอกจากพ่อค้าเขียงเนื้อที่มาหาซื้อแล้ว ยังมีกลุ่มพ่อค้าจากจังหวัดพิษณุโลก สุพรรณบุรี พิจิตร เพชรบูรณ์ กาญจนบุรี นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น นำรถพ่วงขนาดใหญ่ 10-20 คัน มาตระเวนรับซื้อโคตามตลาดนัดหลายแห่งในภาคอีสาน เช่น ตลาดนัด อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม ตลาดนัดศรีธาตุ จ.อุดรธานี ตลาดนัดชนบท จ.ขอนแก่น ตลาดนัดบ้านบาก จ.ยโสธร เป็นต้น โดยบรรทุกโคได้คันละ 50 ตัวขึ้นไป

นายสำเภา ฉายแสงโฉม พ่อค้าจาก อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า มาตระเวนซื้อโคตามตลาดนัดภาคอีสานเที่ยวละเกือบสิบคันรถ เพื่อนำโคไปขุนต่อ ซึ่งปีนี้ราคาโคตามตลาดนัดภาคอีสานพุ่งสูงขึ้นตัวละ 2,000-3,000 บาท โดยเฉพาะขนาดที่ต้องการจากเดิมปีที่แล้วอยู่ที่ตัวละ 2.5 หมื่นบาท แต่ปีนี้ราคา 2.7-2.8 หมื่นบาท ส่วนโคขนาดใหญ่ราคาอยู่ที่ 5 หมื่นบาทขึ้นไป แม้ว่าราคาโคจะแพงขึ้น แต่ก็ยังพอมีกำไร เพราะไม่ได้นำไปเชือดขายทันที แต่นำไปเลี้ยงต่ออีก 4 เดือน เพื่อให้ได้น้ำหนักถึง 400 กิโลกรัม จากนั้นจะมีพ่อค้าชาวจีน และเวียดนามมารับซื้อโดยตรง ในราคากิโลกรัมละ 95-100 บาท มีกำไรตัวละ 4,000-5,000 บาท

กระทบแบรนด์ "โพนยางคำ"

ดาบตำรวจปัญญา ประชาชิต ประธานสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ จำกัด จังหวัดสกลนคร เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สหกรณ์ซื้อโคมีชีวิตภายในประเทศเท่านั้น เพื่อนำมาขุนต่อรวมระยะเวลา 10 เดือน โดยสัดส่วน 80% เป็นโคจากภาคอีสาน อาทิ บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร และอีก 20% ซื้อมาจากนอกพื้นที่ เช่น อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ล่าสุดเมื่อต้นปีนี้ได้ประสานกับผู้เลี้ยงโค อ.ปะทิว จ.ชุมพร แต่ไม่สามารถสู้ราคาพ่อค้าจากเวียดนามที่เข้ามากว้านซื้อโคเพื่อไปจำหน่ายต่างประเทศได้ โดยเสนอราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 120-125 บาท ขณะที่สหกรณ์สามารถซื้อในราคา 105 บาทเท่านั้น

"สหกรณ์ตั้งเป้าหมายว่าต้องมีโคในระบบปีละ 9 พันกว่าตัว แต่ตอนนี้มีเพียง 7 พันกว่าตัว จึงต้องลดการชำแหละลงจากเดือนละ 600-700 ตัว เหลือ 500-600 ตัว ทำให้ลูกค้าบางรายต้องหันไปซื้อเนื้อวัวจากสหกรณ์อื่น ๆ เช่น สหกรณ์โคขุนหนองสูง จำกัด จังหวัดมุกดาหาร เป็นต้น ในเบื้องต้นได้แก้ปัญหาโดยการส่งเสริมให้สมาชิกของสหกรณ์ที่มีอยู่ราว 4,700 คน หันมาเลี้ยงโคแม่พันธุ์ เป็นโครงการเลี้ยงโคต้นน้ำ โดยสหกรณ์จะผสมเทียมให้ ตอนนี้มีโคแม่พันธุ์กว่า 3,000 ตัวแล้ว"

ดาบตำรวจปัญญากล่าวอีกว่า ความสำเร็จของแบรนด์โพนยางคำ มาจากการผลิตเนื้อที่มีคุณภาพ เริ่มจากผู้ก่อตั้งชาวฝรั่งเศสได้นำโคสายพันธุ์ยุโรปมาผสมกับโคพันธุ์ไทยทำให้เกิดลูกผสม ให้เนื้อที่มีคุณภาพดีมากขึ้น มีไขมันแทรกสูงกว่าเนื้อวัวทั่วไป โดยเน้นตลาดบนเป็นหลัก เช่น โรงแรม และวิลล่ามาร์เก็ต ซึ่งปี 2557 มีกำไรสุทธิ 52 ล้านบาท ปันผลให้กับสมาชิก 50% ของกำไรสุทธิ ส่วนปีนี้ขนาดโคค่อนข้างเล็ก ตั้งเป้ากำไรไว้ประมาณ 30 ล้านบาท

"วันนี้ชื่อโพนยางคำติดตลาด ใครก็ใช้ชื่อนี้โฆษณาได้ เพราะเป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ เราจึงกำลังจะเปลี่ยนโลโก้ และจดสิทธิบัตรคาดว่าจะดำเนินการเรียบร้อยก่อนเดือนตุลาคมนี้ โลโก้ใหม่จะมีคำว่า Thai-French เนื้อไทย-ฝรั่งเศส พร้อมโลโก้วัว 2 หัว และปิดท้ายด้วยสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ จำกัด" ดาบตำรวจปัญญากล่าว

4 จว.ใต้ปั้นแบรนด์โคขุนศรีวิชัย

นายฤชัย วงศ์สุวัตย์ ประธานกรรมการ สหกรณ์โคเนื้อพัทลุง จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (สุราษฎร์ธานี พัทลุง ชุมพร นครศรีธรรมราช) ได้ร่วมมือกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี พัฒนาคุณภาพการแปรรูปเนื้อโคภายใต้แบรนด์ "โคขุนศรีวิชัย" โดยเริ่มส่งผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดแล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งผู้บริโภคตอบรับดีเกินคาด

ในส่วนของสหกรณ์โคเนื้อพัทลุง จำกัด มีการแปรรูปเนื้อแบรนด์โคขุนศรีวิชัยเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น แฮมเบอร์เกอร์ ไส้กรอก เนื้อแดดเดียว บีทโลฟ ซอสเนื้อ เป็นต้น ราคาตั้งแต่ 70-110 บาท อย่างไรก็ตามยังต้องพัฒนาเข้าสู่มาตรฐานฮาลาล และ อย. เพื่อเข้าสู่ตลาดเออีซีต่อไป

แหล่งที่มาของข้อมูล : "เนื้อวัวพุ่งกิโลละ320บ.จีน-เวียดนามกว้านซื้อ ตลาดโคขุนบูมโพนยางคำ-ศรีวิชัย-กำแพงแสน.". [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1440999264
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
23-32°C
เชียงใหม่
19-30°C
นครราชสีมา
21-29°C
ชลบุรี
23-31°C
นครศรีธรรมราช
24-27°C
ภูเก็ต
25-27°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×