เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

เรือประมงหยุดออกจับปลา องค์การสะพานปลารายได้หน้าท่าหดตัว30%

27 กรกฏาคม 2558
3,184
ทำประมงผิดกฎหมาย IUU ทำรายได้ อสป.หาย 30% เร่งหารายได้เสริม เปิดเอกชนเช่าที่ดินที่ภูเก็ต จับมือสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย และสมาคมประมงนอกน่านน้ำไทยขายระบบติดตามเรือ VMS ที่ราคาต่ำกว่าท้องตลาด 50% รวมทั้งค่าแอร์ไทม์ต่ำกว่าปกติ ผอ.อสป.คนใหม่คาดปีนี้อาจมีกำไรเล็กน้อย
ผศ.มานพ กาญจนบุรางกูร ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา (อสป.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากการที่ภาครัฐเข้มงวดการทำประมงผิดกฎหมาย ไร้การควบคุมและการรายงานกับเรือประมงทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ศกนี้เป็นต้นมา ทำให้เรือประมงจำนวนมากหยุดออกไปจับปลานั้น คาดว่ารายได้ของ อสป.จะลดลงประมาณ 25-30% จากค่าธรรมเนียมเทียบท่าการขายน้ำแข็ง ค่าจอดรถ ค่ารถผ่านท่า อย่างไรก็ตาม ดุลบัญชี อสป.ปีนี้ที่จะสิ้นสุดเดือน ก.ย.นี้ไม่ขาดทุน อาจจะมีกำไรเล็กน้อยเทียบกับ 2-3 ปีที่ผ่านมาที่ขาดทุนตลอด เนื่องจาก อสป.มีรายได้การให้เช่าที่ดินที่ภูเก็ตที่เกี่ยวข้องกับการประมง โดยแบ่งเช่า 2 แปลง แปลงละ80-100 ไร่ โดยมีผู้ประมูลได้ 2 ราย รายได้จากการจัดเก็บหนี้การค้าและการให้สินเชื่อท่าเทียบเรือของ อสป.มีทั้งหมด 18 ท่า เป็นสะพานปลา 4 ท่า ท่าเทียบเรืออีก 14 ท่า เปิดให้เอกชนเช่าไปแล้ว 3 ท่า ประกอบด้วยท่าสงขลา 1 ท่า อ่างศิลา จังหวัดชลบุรี และท่าสุราษฎร์ธานี ใน 15 ท่าที่เหลือใช้งบฯพัฒนาปรับปรุงให้ถูกสุขอนามัยแล้ว 5 ท่า ท่าละ 5 ล้านบาท อาทิ ท่าเทียบเรือสมุทรปราการ ภูเก็ต นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี และที่รัฐให้เงินอุดหนุนจำนวนมากมาปรับปรุงท่าเทียบเรือให้ถูกสุขอนามัย และเป็นท่าเรือท่องเที่ยวก็มีท่าเทียบเรือสงขลา 2 ท่าเทียบเรือหัวหินมูลค่า 110 ล้านบาท ท่าเทียบเรือสตูลประมาณ 302 ล้านบาท และที่ระนองมูลค่า 260 ล้านบาท

ล่าสุด อสป.ได้ลงนามร่วมกับสมาคมประมงนอกน่านน้ำไทย และสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยจัดซื้อเครื่องมือติดตามเรือหรือ VMS ที่มีราคาต่ำกว่าท้องตลาดถึง 50% มาจำหน่าย และค่าแอร์ไทม์ที่มีค่าใช้จ่ายไม่เกิน 1,000 บาท/เดือน จากปกติจะต้องจ่ายเดือนละ 1,400-1,500 บาท นอกจากนี้ ยังจะมีโครงการจตุจักรสัตว์น้ำครั้งที่ 1 ประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ต.ค.นี้ ที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เน้นให้ผู้บริโภคได้ซื้อสัตว์น้ำราคาถูกใกล้เคียงกับราคาหน้าท่าเทียบเรือ ของสด ถูกสุขอนามัย ปลอดภัยไม่มีการแช่สารฟอร์มาลินทั้งปลาสด กุ้งสด

ขณะ เดียวกัน เพื่อรับกับการเปิดตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อสป.ได้จัดสัมมนาให้บุคลากรมีกระบวนทัศน์ เพราะสะพานปลาในอนาคตจะเป็นศูนย์กลางตลาดสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์ประมงไทยใน อนาคต ซึ่งสัตว์น้ำของเออีซีมีประมาณ 40 ล้านตัน/ปี เป็นของไทยประมาณ 3 ล้านตัน/ปี ของอินโดนีเซีย 12.5 ล้านตัน/ปี เป็นต้น เรื่องนี้ได้นำเสนอต่อบอร์ด อสป.แล้ว เมื่อมีสำนักงานใหม่ก็จะต้องมีสมาพันธ์ตลาดสัตว์น้ำแห่งอาเซียน ดังนั้น ต้องเร่งทำอาคารสถานที่รองรับ

ส่วนการปรับปรุงกฎหมายมารองรับการนำ อสป.สู่เศรษฐกิจอาเซียน คือ พระราชบัญญัติจัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ. 2496 นั้น ผศ.มานพกล่าวว่า ได้มีการยกร่าง พ.ร.บ.ใหม่ รวมทั้งเวิร์กช็อปทำการประชุมยกร่างกับสำนักงานนิติการ กรมประมงแล้ว ต่อไปจะมีการเปิดให้มีการร่วมทุนกับเอกชนได้ และอาจเปลี่ยนชื่อกฎหมายใหม่เป็น พ.ร.บ.องค์การตลาดสัตว์น้ำแห่งประเทศไทย โดยวัตถุประสงค์หลักต้องทำธุรกิจเพื่อพยุงฐานะ อสป.ให้ได้ก่อน ก่อนที่จะไปช่วยชาวประมงอย่างยั่งยืน

แหล่งที่มาของข้อมูล : "เรือประมงหยุดออกจับปลา องค์การสะพานปลารายได้หน้าท่าหดตัว30%.". [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1437913090