เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

เบทาโกร ตั้งรับไข้หวัดนกระบาด ลงทุนฟาร์มปู่ย่า/พ่อแม่พันธุ์ไก่เนื้อ-ขยายการผลิต

07 กรกฏาคม 2558
5,299
"เบทาโกร" เดินหน้าสร้างฟาร์มปู่ย่า-พ่อแม่พันธุ์ไก่เนื้อ เหตุหวัดนกระบาดสหรัฐ-ยุโรป เกรงอนาคตไม่มีลูกไก่เข้าเล้า เตรียมแผนขยายกำลังผลิตอีก 2 แสนตัว/วัน ขยายคอขวดโรงงานเดิม-สร้างโรงชำแหละระดับภูมิภาค ด้านราคาไก่ในประเทศ คาดทรงตัว 38-40 บาท/กก.ถึงสิ้นปี
นายจักริน แต้ไพสิฐพงษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส เครือเบทาโกร เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เบทาโกรตัดสินใจลงทุนสร้างฟาร์มปู่ย่าพันธุ์ (GP) และพ่อแม่พันธุ์ (PS) ไก่เนื้อแล้ว หลังจากการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป (EU) ทำให้กรมปศุสัตว์สั่งระงับการนำเข้าสัตว์ปีกจากประเทศที่มีการระบาด ส่งผลถึงการนำเข้าไก่เนื้อ GP หรือ PS ต้องถูกระงับไปด้วย จนเกรงว่าอาจเกิดการขาดแคลนลูกไก่พันธุ์ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า จากขณะนี้ที่เบทาโกรผลิตไก่เนื้อเข้าโรงชำแหละหรือจำหน่ายเป็นไก่เป็นได้ 6 แสนตัว/วัน

"ที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญกับกลางน้ำและปลายน้ำมากกว่า คือเรื่องโรงงานปรุงสุกหรือชำแหละ และต้นน้ำเราก็มีซัพพลายเพียงพอจากซัพพลายเออร์หลาย ๆ ราย ทั้งที่ขายพ่อแม่พันธุ์ไก่เนื้อหรือลูกไก่เนื้อคุณภาพดีราคาเป็นที่น่าพอใจ เราก็ทำงานกับเขาได้ ไม่ต้องทำเองทั้งหมด ทำให้เรายังไม่โฟกัสตรงนั้น

แต่ว่าตอนนี้เบทาโกรมาโฟกัสเรื่องคุณภาพมากขึ้น เราก็ต้องคิดเรื่องต้นน้ำ เพราะถ้าคุณภาพพ่อแม่พันธุ์ดี คุณภาพไก่เข้าโรงงานก็ดี และเพื่อความมั่นคงเรื่องปริมาณลูกไก่เราด้วย แผนที่จะมีปู่ย่าพันธุ์เองมีมาหลายปีแล้ว แต่ช่วงนี้เจอเรื่องไข้หวัดนกระบาดในประเทศที่ขายปู่ย่าพันธุ์ให้ไทยยิ่งเร่งให้เราตัดสินใจ และวันนี้เราพร้อมแล้วที่จะมี GP เอง ตัดสินใจแล้วว่าต้องมีแน่นอน" นายจักรินกล่าว

โดยเครือเบทาโกรระบุสถานที่สร้างฟาร์มไก่ PS แล้วที่ ต.ลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี พื้นที่กว่า 5,000 ไร่ โดยกำลังหารือจำนวนฟาร์ม ส่วนฟาร์มไก่ GP จะจัดสร้างทั้งหมด 4 ฟาร์ม โดยยังไม่ได้ระบุพื้นที่ แต่กำหนดว่าจะเป็นบริเวณภาคกลางตอนบนจนถึงภาคเหนือ ส่วนนี้ลงทุนประมาณ 400 ล้านบาท

นายจักรินกล่าวต่อว่า เบทาโกรวางแผนเพิ่มกำลังผลิตรวมประมาณ 2 แสนตัว/วัน โดยมองว่าอาจเพิ่มโรงงานผลิตไก่ชำแหละสำหรับจำหน่ายในประเทศในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคละ 1 โรง กำลังผลิตโรงละ 6-9 หมื่นตัว/วัน และปรับปรุงเพิ่มกำลังผลิต ขยายคอขวดในโรงงานไก่ระดับส่งออกที่มีอยู่อีก 8 หมื่นตัว/วัน รวมถึงโรงงานไก่ปรุงสุกส่งออกอีก 1,000-1,500 ตัน/วัน

ซึ่งการขยายโรงงานระดับภูมิภาคและปรับประสิทธิภาพโรงงานเดิม เป็นแนวทางใหม่ที่กำลังพิจารณา จากเดิมที่เตรียมลงทุนสร้างโรงงานขนาดใหญ่กำลังผลิต 2 แสนตัว/วัน มูลค่า 1,500 ล้านบาท เพียงโรงเดียว อาจต้องหยุดโครงการไป เพราะสภาวะตลาดขณะนี้ไม่เอื้อต่อการลงทุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เครือเบทาโกรมีโรงงานชำแหละไก่ทั้งหมด 3 แห่ง คือ โรงงาน จ.ลพบุรี กำลังผลิต 2.9 แสนตัว/วัน โรงงาน จ.สมุทรสาคร กำลังผลิต 1.55 แสนตัว/วัน และโรงงาน จ.พัทลุง กำลังผลิต 6 หมื่นตัว/วัน รวมมีกำลังผลิตกว่า 5 แสนตัว/วัน ซึ่งใช้ผลิตอยู่กว่า 90% ยังไม่เต็มกำลังผลิต

ด้านตลาดภายในประเทศ นายจักรินกล่าวว่า ยังมีปัญหาด้านราคาไก่เป็นและราคาบายโปรดักต์ เช่น เครื่องใน ซี่โครง ตกต่ำ ขณะนี้ไก่เป็นราคา 38-39 บาท/กก. ซึ่งเริ่มปรับตัวดีขึ้นช่วงเดือน มิ.ย. 58 หลังจากเคยมีราคาต่ำสุดที่ 31 บาท/กก. แต่ราคาที่ดีขึ้นขณะนี้ก็ยังถือว่าไม่มากพอ และเชื่อว่าปัญหาไก่ล้นตลาดจะยังมีจนถึงปลายปี ราคาไก่จะทรงตัวและปรับตัวสูงขึ้นได้ไม่เกิน 40 บาท/กก. แม้ว่าไตรมาส 3-4 มักจะเป็นช่วงที่การส่งออกไก่ทำได้ดีขึ้นก็ตาม

ด้านเครื่องในไก่ เบทาโกรจะยังคงเดินหน้าเปลี่ยนจากการขายเครื่องในพวงมาใช้การขายแบบตัดแต่งแยกชิ้น เช่น ตับ กึ๋น ดี ไส้ เพื่อตีตลาดต่างกลุ่มกัน เป็นการเพิ่มมูลค่าแก้ปัญหาราคาเครื่องในไก่ตกต่ำ

แหล่งที่มาขงข้อมูล : "เบทาโกร ตั้งรับไข้หวัดนกระบาด ลงทุนฟาร์มปู่ย่า/พ่อแม่พันธุ์ไก่เนื้อ-ขยายการผลิต.". [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1436158336