เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

กุ้งก้ามแดง สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ในนา อาชีพพลิกฟื้นฐานะของชาวนาไทย

27 พฤษภาคม 2558
4,700
กุ้งก้ามแดง หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า กุ้งเครฟิช โดยเราจะคุ้นหูคำว่า กุ้งล็อปเตอร์ นั่นเอง นับเป็นกุ้งที่ถือเป็นอาหารรสเลิศที่ทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดี และมีการเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจกันในหลายประเทศทั่วโลก โดยประเทศผู้ส่งออกกุ้งชนิดนี้รายใหญ่ ก็คือ สหรัฐอเมริกา ยุโรปและออสเตรเลีย กุ้งเครฟิช หรือกุ้งล็อปเตอร์ นับเป็นกุ้งที่เชฟระดับโลกให้การยอมรับว่า เป็นกุ้งที่มีรสชาติอร่อย เลิศรสที่สุดในบรรดากุ้งแม่น้ำทั้งหมด จึงทำให้ร้านอาหารทั่วโลกมีเมนูกุ้งล็อปเตอร์ให้ทานกันทั่วโลกเลยทีเดียว
ขณะนี้กุ้งก้ามแดงกำลังได้รับความสนใจในฐานะสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าลงทุนอย่างมาก โดย สหกรณ์การเกษตรเขื่อนพระปรง จ.สระแก้ว ซึ่งได้นำกุ้งก้ามแดงมาเลี้ยงในนาข้าว จนประสบความสำเร็จในการเลี้ยงเชิงการค้า โดยได้แนวคิดมาจาก โครงการหลวง ดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งผู้ที่นำกุ้งชนิดนี้มาเลี้ยงเป็นคนแรกก็คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเล็งเห็นความต้องการของตลาด ทรงทดลองเลี้ยงเพื่อเป็นอาหารและได้ให้โครงการหลวง ดอยอินทนนท์ เป็นผู้ศึกษาทดลองเลี้ยง ผลผลิตรุ่นแรกที่ผลิตได้ถูกใช้ประกอบอาหารในการถวายเลี้ยงแก่พระราชอาคันตุกะ ในวันที่ 13 มิถุนายน 2549 ในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และได้ทดลองเลี้ยงกุ้งก้ามแดงในนาข้าวของเกษตรกรที่บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ จนนำมาสู่การเลี้ยง และขยายพันธุ์กุ้งก้ามแดงเพื่อจำหน่ายเชิงการค้าได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2550 เป็นต้นมา แต่การเลี้ยงก็ไม่ได้ขยายไปมากนัก

นายอำนาจ ยาสา ประธานสหกรณ์การเกษตรเขื่อนพระปรง จำกัด จังหวัดสระแก้ว คือผู้ที่มองเห็นโอกาสในครั้งนี้ เล่าว่า สมาชิกของสหกรณ์กว่า 50 ราย มีอาชีพทำนาเป็นหลัก ที่ผ่านมาอาชีพทำนาไม่เคยสร้างฐานะที่ดีขึ้นให้กับสมาชิกเลย บางปี บางรายก็ประสบปัญหาขาดทุนด้วยซ้ำไป หลังจากมองเห็นโอกาสที่จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในนาข้าวจากการที่มีโอกาสทราบข้อมูลการเลี้ยงในนาข้าวของโครงการหลวง จึงได้ศึกษาอย่างจริงจัง ไปดูวิธีการเลี้ยง การเพาะพันธุ์ ลูกกุ้งและนำมาทดลองเลี้ยงร่วมกับสมาชิกจนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี นอกจากสมาชิกสหกรณ์จะขยายการเลี้ยงเพิ่มขึ้นแล้ว ยังหาพันธมิตรจากพื้นที่อื่นมาเสริมกำลังทัพด้วยเพื่อร่วมสร้างตลาดให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและทำให้การเลี้ยงกุ้งก้ามแดงกลายเป็นอาชีพที่มั่นคงของเกษตรกรไทย

จุดเด่นของกุ้งก้ามแดงก็คือ เป็นกุ้งที่มีเปลือกหนา ปรับตัวได้ดีในสภาพแวดล้อมต่างๆ และมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดี จึงเป็นกุ้งที่สามารถเลี้ยงได้ในสภาพแวดล้อมทั่วไปได้ แม้แต่ในนาข้าว ในบ่อดินหรือกระชังในแม่น้ำ โดยมีอัตราการสูญเสียหรืออัตราการตายน้อยมาก อัตราการรอดสูง เจริญเติบโตเร็ว ที่สำคัญสามารถขยายพันธุ์หรือเพาะลูกพันธุ์ได้โดยไม่ต้องใช้น้ำเค็ม จึงเป็นจุดเด่นที่ทำให้กุ้งก้ามแดงเลี้ยงได้ทุกพื้นที่ของบ้านเรา ซึ่งทางสหกรณ์เองจะเน้นการเลี้ยงในนาข้าวซึ่งเป็นอาชีพหลักของสมาชิกอยู่แล้ว แต่การเลี้ยงต้องมีการมาปรับบ่อใหม่โดยอธิบายง่ายๆ พื้นที่ 1 ไร่ จะต้องยกคันล้อมให้สูงขึ้นมากกว่าคันนาปกติที่จะเล็ก แคบและเตี้ย คันล้อมที่สูงนี้เพื่อขังน้ำที่สูงกว่าระดับน้ำในนาข้าวทั่วไปและป้องกันศัตรูธรรมชาติอย่าง ปู
กบ ปลาช่อนที่จะเข้าไปกัดกินลูกกุ้งเล็ก โดยพื้นที่นา 1 ไร่ บริเวณรอบขอบบ่อ 1 ใน 3 ส่วน โดยรอบจะขุดให้ลึก 50-70 ซม.เพื่อเป็นที่อาศัยของกุ้งในช่วงกลางวัน ซึ่งกุ้งจะนอนพักในระดับน้ำที่ลึกลงไป ส่วนพื้นที่ตรงกลางบ่อ 2 ใน 3 ส่วน ระดับน้ำสูง 30 ซม.ซึ่งเป็นระดับน้ำในการทำนาปกติเพื่อที่ปลูกข้าวได้ตามปกติ พื้นที่ส่วนนี้กุ้งจะขึ้นมาอาศัยและหากินในช่วงกลางคืนตามซอกต้นข้าว

การปล่อยลูกกุ้งจะนิยมปล่อย 2 ขนาด คือ ขนาด 1 นิ้ว อัตราการปล่อย 5,000 ตัวต่อไร่ กับ ขนาด 3 นิ้ว อัตราการปล่อย 3,000 ตัว/ไร่ สำหรับอาหารจะใช้อาหารกุ้งกุลาดำเบอร์ 2,3,4 สำหรับลูกกุ้งขนาด 1 นิ้ว ขนาด 3 นิ้ว ใช้อาหารเบอร์ 3 และ 4 โดยเบอร์ 3 จะเริ่มให้หลังปล่อยเลี้ยง 1 เดือน เบอร์ 4 จะให้หลังปล่อยเลี้ยง 2.5 เดือน อาหารจะให้มื้อเดียวช่วง 6 โมงเย็น กุ้งจะมากินอาหารตอนกลางคืน อัตราการให้อาหารเริ่มต้นที่ 1 ขีด/มื้อ/1,000 ตัว และจะเพิ่มอาหารทุก 7 วัน มื้อละ 1-1.2 ขีดไปเรื่อยๆ จนจับขายหลังปล่อยลงเลี้ยง 4-4.5 วัน โดยมีอัตราการแลกเนื้อที่ 1: 1-1.2 กก.

ด้วยรูปแบบการเลี้ยงที่มีความสมดุลของธรรมชาติที่เกื้อกุลกัน ต้นข้าวที่ปลูกจะเป็นตัวบำบัดของเสียและแก๊สแอมโมเนียจากการเลี้ยงได้เป็นอย่างดี

ต้องบอกว่าเป็นกุ้งที่มีราคาแพงมากทีเดียว โดยราคาจำหน่ายอยู่ที่ 400-600 บาท/กก. ที่ปากบ่อ โดยทางสหกรณ์จะรับซื้อกุ้งจากสมาชิก 2 ขนาด คือ ขนาดเล็ก 20-25 ตัว/กก.ราคาปากบ่อ 400 บาท ราคากุ้งไซส์ใหญ่ 7-15 ตัว/กก. ราคา 500 บาท/กก. ซึ่งช่วงที่ผ่านมา ทางสหกรณ์ได้บุกเบิกตลาดและแนะนำกุ้งก้ามแดงเข้าสู่ตลาดจนเป็นที่รู้จักแล้วในระดับหนึ่ง ปัจจุบันมีตลาดรองรับทั้งโรงแรมชื่อดังหลายแห่ง ภัตตาคารหลายแห่ง รวมทั้งห้างแม็คโคร ซึ่งคุณอำนาจมองว่ากุ้งก้ามแดงมีโอกาสที่จะขยายศักยภาทางการตลาดได้อีกมากโดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่รู้จักกุ้งชนิดนี้เป็นอย่างดี เช่น พัทยา ภูเก็ต หัวหิน กระบี่ เชียงใหม่ เป็นต้น

สำหรับต้นทุนการเลี้ยงนั้นคุณอำนาจบอกว่า ต้นทุนการเลี้ยงอยู่ที่ 170-250 บาท/กก. ซึ่งทางสหกรณ์จะมีการสอนเพื่อส่งเสริมให้กลุ่มคนเลี้ยงลูกพันธุ์เองเพื่อประหยัดต้นทุน โดยมีผลผลิตกุ้งต่อไร่ 200-400 กก.ขึ้นอยู่กับลูกพันธุ์ที่ปล่อยเลี้ยง ถ้าลูกพันธุ์ตัวใหญ่ก็จะได้กุ้งไซส์ใหญ่ ปริมาณผลผลิตต่อไร่ก็จะสูงและรายได้ต่อไร่ก็จะสูงตามไปด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจการเลี้ยงกุ้งก้ามแดงเพื่อสร้างรายได้ สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย จัดสัมมนา กุ้งก้ามแดง...สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่...ขึ้นในวันที่ 19 ก.ค.2558 ที่อาคารวิทยบริการ ชั้น 4 ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 0-2940-5425, 08-6340-1713 (ตา) ,08-9783-5887(หนึ่ง),08-5074-5055(จอย)

แหล่งที่มาของข้อมูล : "กุ้งก้ามแดง สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ในนา อาชีพพลิกฟื้นฐานะของชาวนาไทย.". [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.naewna.com/local/159956