เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

วันพืชมงคลชาวนาปราจีนฯเริ่มลงมือไถหว่านนาข้าว

11 พฤษภาคม 2563
2,107

เนื่องจากตรงกับวันพืชมงคล พบทั่วพื้นที่ของปราจีนบุรีพบเกษตรกร อาทิ ชาวไร่มันสำปะหลังพากันปักต้นพันธุ์ และโดยเฉพาะชาวนา ต่างถือเป็นวันธงชัย ลงมือไถหว่านข้าว ตามประเพณีโบราณกาล



นายสมศักดิ์ สองพล ชาวอายุ 73 ปี ชาว ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า วันนี้เป็นวันดีเป็นวันพืชมงคล ลงมือไถหว่านนาข้าวทันที ตนมีที่นา 24 ไร่ ทำนาปรังใช้พันธ์ กข.47 ใช้เวลา 120 วัน เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ งวดที่แล้วขายข้าวได้เกวียนละ 6,200 บาท หรือมากกว่าน้อยกว่าเป็นปีเว้นปี เกษตรกรจะอยู่ได้จะต้องขายข้าวเกวียนละ 8,000 บาท ถึงจะอยู่ได้ ทุกวันนี้ก็ทำกันไปดีกว่าจะปล่อยให้ที่นาว่างเปล่าๆ"



ริมถนนสาย 319 หรือสายสุวินทวงศ์ (ปราจีนบุรี-ศรีมโหสถ) พบชาวนา ตลอด 2 ฟากถนนพากันไถนา-เร่งหว่านข้าว เนื่องจากเป็นฤกษ์ดี ในต้นฤดูกาลทำนา พบนายทองพูล มาขำ อายุ 63 ปี ชาว ต.โคกปีบ อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี กำลังหว่านข้าว? กล่าวว่า "วันนี้ถือฤกษ์ชัยในวันพืชมงคล หว่าน-ไถนาข้าว โดยปลูกข้าวพันธุ์ กข.61 รวม 35 ไร่ ทำนาปรัง ปีที่ผ่านมาขายได้ในราคาตันละ 6,500 บาท ไม่มีที่นาเป็นของตนเอง นาที่ทำเป็นนาเช่า เช่าราคาไร่ละ 7,000 บาท โดยจ้างรถไถไร่ละ 230 บาทต่อเที่ยว อยากขอฝากให้รัฐบาลดูแลเรื่องราคาข้าวให้เพิ่มขึ้น ในราคาเพิ่มขึ้น 7,000 ? 7,500 บาท/ตัน และราคาปุ๋ย ขอให้ลดลงหน่อย เพื่อให้เงินชาวนาเหลือบ้าง"



และที่ถนนสายปราจีนบุรี-บ้านสร้าง พบนายประสิทธิ์ ศิลาวงษ์ อายุ 54 ปี ชาว ต.บางยาง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า "เป็นเกษตรกรนาข้าว ราคาข้าวที่ผ่านมา ราคาขายเริ่มต้น ตั้งแต่ 6,200 ? 7,500 บาท/ตัน แล้วแต่ชนิดพันธุ์ข้าว ตนเองทำนา จำนวน 90 ไร่ ปลูกข้าวพันธุ์เกษตรรับรองพันธุ์กข.47, กข.49 เนื่องจากทนโรค ปีนี้ทำเหมือนเดิม แต่รอน้ำจากในระบบชลประทานให้น้ำหายเค็มก่อน รอฟ้าฝนก่อน? หากทำนาช้าเกรงว่าปีนี้น้ำจะท่วมเยอะ แต่ในวันพืชมงคล ยังไม่ได้ไถ-หว่าน ต้องรอให้น้ำเค็มที่หนุนในแม่น้ำปราจีนบุรีจืดก่อน" และกล่าวต่อไปว่า "สำหรับความต้องการด้านราคาข้าวที่ชาวนาอยากได้จากรัฐบาลซึ่งสามารถอยู่กันได้คือราคายืนพื้นที่ 8,000 บาท /ตัน ขึ้นไป"



ด้านนายพยนต์ พฤกษา กำนัน ต.บางยาง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า "จากภาวะน้ำเค็มหนุนในลุ่มน้ำบางปะกง-แม่น้ำปราจีนบุรี ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำไม่สามารถใช้ในการเกษตรกรรมทำนาได้ ที่ผ่านมาชาวนา, ผู้เลี้ยงปลา, บ่อกุ้ง ใน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี และ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา 2 จังหวัด ได้ลงชื่อขอให้กรมชลประทานปล่อยน้ำจากเขื่อนนฤบดินทรจินดาวันละ 1.5 ล้าน ลบ.ม. เป็นระยะ 1เดือน ระบายลงมาในแม่น้ำปราจีนบุรีผ่านเข้าประตูน้ำคลองบางพลวง ผ่านคลองวัดใหม่โพธิ์เย็นแต่เกษตรกร ผู้เลี้ยงบ่อปลา, บ่อกุ้ง กว่า 29,000 ไร่ จำนวนกว่า 200 ราย มีความเดือดร้อนมากกว่า เนื่องจากน้ำในบ่อแห้งไม่หมุนเวียน ปลา-กุ้ง ลอยหัวตายจำนวนมาก เมื่อสูบน้ำผ่านคลองชลประทานแล้วขอให้ชาวนาอย่าเพิ่งดูดน้ำเข้านาตนเอง ซึ่งหากชาวนาดูดน้ำทำนาหมดบ่อปลา-บ่อกุ้งจะเดือดร้อนมาก น้ำปลายทางจะไหลไปไม่ถึง"



ขณะที่ นายชัชชัย งามประยูร บ้านนิคมพัฒนา หมู่ 6 ต.บางปลาร้า อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า "เป็นผู้เลี้ยงปลา รวม 3 บ่อ แต่ตอนนี้ไม่สามารถจับปลาขายได้? เนื่องจากติดสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ด่านชายแดนตลาดค้าปลาปิด จากที่น้ำในบ่อปลาไม่หมุนเวียน ส่งผลให้น้ำในบ่อร้อนจัดปลาที่เลี้ยงลอยหัวและตายทุก ๆ วัน ขายไม่ได้ราคา มีความจำเป็นต้องการน้ำจากคลองชลประทานมาหมุนเวียน"



ด้านนายอำนาจ วิลาวัลย์ ส.ส.ปราจีนบุรี กล่าวว่า "ได้รับทราบปัญหา ของชาวนาที่เร่งทำนาข้าว และปัญหาบ่อปลา, บ่อกุ้งที่ขาดแคลนน้ำ โดยขอให้ชลประทานปล่อยน้ำจากประตูน้ำบางพลวง สู่ อ.ศรีมโหสถ, อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี และปลายทาง อ.ราชสาส์น, อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ให้ได้น้ำทั่วถึงกันก่อนถึงฤดูฝนนี้ จากที่มีการแย่งดูดน้ำในคลองชลประทาน จะได้เรียกชาวนา, บ่อกุ้ง, บ่อปลา ใน จ.ปราจีนบุรี และ จ.ฉะเชิงเทรา มาทำข้อตกลงในการบริหารจัดการน้ำร่วมกันต่อไป ขอให้น้ำชาวบ่อกุ้ง-บ่อปลาก่อน และจากที่ปัญหาคลองชลประทานตื้นเขิน, วัชพืชหนาแน่นมานาน จะประสานงบประมาณ-นำเสนอ ครม.เพื่อเร่งแก้ไขโดยเร่งด่วน"



แหล่งอ้างอิงข้อมูล :