เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

เฉลิมชัยมอบตัวแทนลงพื้นที่ช่วยเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ

16 เมษายน 2563
1,960

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้นายอลงกรณ์ พลบุตร ทปษ.รมว.กษ. และ นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วย รมว.กษ. พร้อมตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทินายทวี มาสขาว รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร? ร่วมเดินทางตรวจราชการรับฟังความเดือดร้อนและร่วมหารือแนวทางแก้ปัญหากับตัวแทนชาวไร่ยาสูบ กรณีที่มียาเส้นค้างสต็อกจำนวนกว่า 300 ตัน ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีนาสาคร รุ่งเรือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์, นายยุพราช บัวอินทร์ อดีต สส.จังหวัดเพชรบูรณ์ สรรพสามิตพื้นที่ เกษตรจังหวัดฯ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยชมรมอนุรักษ์ยาเส้น ตัวแทนพ่อค้าคนกลางรายย่อย และตัวแทนเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน จากพื้นที่อำเภอหล่มเก่า และอำเภอหล่มศักดิ์ จังหวัดเพชรบูรณ์


โดยตัวแทนเกษตรกรชาวไร่ยาสูบและพ่อค้าคนกลางรายย่อย ได้นำเสนอปัญหาว่า “เกิดขึ้นหลังจากการขึ้นภาษีสรรพสามิตปลายปีที่แล้วทำให้พ่อค้าคนกลางหยุดรับซื้อ ในขณะที่โรงงานก็มียาเส้นค้างสต็อกไม่สามารถรับซื้อได้ ทำให้มียาเส้นค้างสต็อกอยู่กับเกษตรกรกว่า 300,000 กิโลกรัม โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ อยู่ที่ อำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มสัก แหล่งปลูกยาสูบมากที่สุดของจังหวัดเพชรบูรณ์กว่า 4,000 ครัวเรือนซึ่งราคาที่พ่อค้ารับซื้อ ปัจจุบัน อยู่ที่ 70 บาทต่อกิโลกรัม เป็นราคาที่ไม่เป็นธรรมจากที่เคยซื้อ 120 บาทต่อกิโลกรัม”



นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงเกษตร กล่าวว่า “การมารับฟังความเห็นครั้งนี้ ทางกระทรวงเกษตรฯได้หารือเบื้องต้นกับกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง มาแล้ว เนื่องจากยาสูบเป็นพืชที่ดูแลโดยกรรมสรรพสามิต โดยวางแผนทั้งระยะสั้นกับระยะกลางถึงระยะยาว ระยะสั้นนั้นได้หารือกับโรงงานใหญ่ๆในประเทศให้ช่วยรับซื้อยาไปสต็อก ในราคาที่เป็นธรรม ส่วนระยะกลางและระยะยาว นั้นจะร่วมกันหาทางออกในการแก้ไขระเบียบกฎกระทรวงเพื่อให้ความเป็นธรรมด้านภาษีต่อไป”


ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้กล่าวให้แนวทางว่า “การเปลี่ยนแปลงในระบบภาษีและประกาศ กฎกระทรวง ย่อมทำให้เกิดผลกระทบ แต่สิ่งที่เราต้องร่วมกันค้นหา คือเราจะแก้ปัญหาระยะสั้นอย่างไร และการแก้ปัญหาในระยะยาวอย่างไรให้ยั่งยืน ในการแก้ปัญหาระยะสั้นนั้นได้แก่


-ประสานให้ทางกรมสรรพสามิตโดยท่านอธิบดีฯ ลงมาดูแลร่วมกัน


-การหาวิธีการซื้อโดยไม่ผ่านระบบ -การซื้อผ่านระบบปกติ โดยเจรจาโรงงานแปรรูปขนาดใหญ่ในประเทศ ให้รับซื้อในราคาที่เป็นธรรมซึ่งไม่ควรต่ำกว่า 90 บาทต่อกิโลกรรม โดยทางโรงงานตอบว่าสามารถซื้อได้เบื้องต้นบางส่วน และได้สั่งการให้เกษตรจังหวัดส่งรายชื่อเกษตรกรพร้อม สต็อก ยาเส้นที่แต่ละครัวเรือนมีอยู่ จะได้ไม่ตกหล่นในการช่วยเหลือ


-หาเกินจากความสามารถรับซื้อจากโรงงาน แล้วสุดท้ายรัฐบาลก็ต้องเข้ามาช่วยเหลือเหมือนกับกรณีกุ้งและมะม่วง


ส่วนระยะกลางและยาว นั้น นอกจากการปรับปรุงมาตรการทางด้านภาษีให้เกิดความเป็นธรรมแล้ว พี่น้องเกษตรกรต้องทำความเข้าใจว่ายาเส้นเป็นพืชที่ถูกควบคุมและรัฐจะต้องลดปริมาณการผลิตและลดผู้สูบลงเรื่อยๆ ดังนั้นจึงต้องพิจารณาแนวทางปลูกพืชเศรษฐกิจในอนาคต ทดแทน เช่นโกโก้ ซึ่งในตลาดโลกมีความต้องการมาก ”


“นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตร ได้กำชับมาว่าให้ช่วยเหลือเกษตรกรอย่างสุดความสามารถ และไม่เกี่ยงว่าพืชนั้นจะสังกัดกระทรวงเกษตรหรือไม่ ให้ถือเอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นที่ตัวตั้ง” นายอลงกรณ์กล่าวในที่สุด



แหล่งอ้างอิงข้อมูล :