เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

#เตือนภัย! โรคเน่าเละในกะหล่ำปลี

09 สิงหาคม 2565
335
ในช่วงนี้เกษตรกรผู้ปลูก "กะหล่ำปลี" ควรเฝ้าระวัง "โรคเน่าเละ" โรคพืชสุดแสนอันตราย ที่ทางรักบ้านเกิดจะมาเตือนภัยและพร้อมบอกวิธีรับมือกับโรคร้ายชนิดนี้
เตือนภัย โรคเน่าเละในกะหล่ำปลี

สาเหตุของโรคเน่าเละในกะหล่ำปลี

สาเหตุของโรคเน่าเละในกะหล่ำปลีเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Pectobacterium carotovorum subsp. carotovorum ที่มาพร้อมกับสภาพชื้น และพื้นที่ที่มีฝนตกหนัก และเกิดได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของกะหล่ำปลี


อาการของโรคเน่าเละในกะหล่ำปลี

- อาการเริ่มแรก บนใบหรือบริเวณลำต้นกะหล่ำปลีจะมีแผล โดยมีลักษณะเป็นจุดฉ่ำน้ำเล็ก ๆ

- แผลจะลุกลามมีสีน้ำตาลหรือน้ำตาลเข้ม และขยายขึ้น

- เนื้อเยื่อบริเวณแผลจะยุบตัวลง มีเมือกไหลเยิ้มออกมา และมีกลิ่นเหม็นเฉพาะ

- กะหล่ำปลีจะเน่าและยุบตายไปทั้งต้น


วิธีป้องกันและดูแลโรคเน่าเละในกะหล่ำปลี

- เลือกพื้นที่ปลูกที่ไม่เคยมีการระบาดของโรคเน่าเละมาก่อน และสถานที่ปลูกควรระบายน้ำได้ดี

- ไถพรวนดินให้ลึกเกินกว่า 20 เซนติเมตร จากผิวดินและตากดินไว้นานกว่า 2 สัปดาห์ จะช่วยลดปริมาณเชื้อแบคทีเรีย Pectobacterium carotovorum subsp. ในดินลงเยอะ

- ระมัดระวังไม่ให้ส่วนต่าง ๆ ของกะหล่ำปลีเกิดแผล ซึ่งเป็นช่องทางให้เชื้อสาเหตุโรคเน่าเละเข้าทำลาย

- หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอหากพบกะหล่ำปลีที่แสดงอาการของโรคเน่าเละ ให้นำไปทำลายนอกแปลงปลูก

- หลังการเก็บเกี่ยว ควรไถกลบเศษพืชผักทันที

- ควรปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียนในพื้นทที่ที่เคยเกิดโรคเน่าเละ
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กรมวิชาการเกษตร