เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

เกษตร เร่งสำรวจความเสียหายสวนผลไม้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัยในเขตภาคตะวันออก

05 เมษายน 2565
587
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้รับรายงานความเสียหายจากเหตุวาตภัย ด้านพืช ในพื้นที่หลายจังหวัดทางภาคตะวันออก เมื่อช่วงวันที่ 28 -29 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา เช่น จ.จันทบุรี มีสวนทุเรียนร่วง ต้นโค่นล้ม รวม 3 อำเภอ ได้แก่ พื้นที่หมู่ 6 หมู่ 9 ม.6 ต.ปัถวี และ ม.3 ต.มะขาม อ.มะขาม ม.15 และ ม.17 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ และ ม. 14 ต. แก่งหางแมว และ ม.3 ต. สามพี่น้อง อ.แก่งหางแมว มีเกษตรกรผู้ประสบภัยรวมทั้งสิ้น 55 ราย พื้นที่ประสบภัยรวม 8 ไร่ 2 งาน (ต้นล้ม) ผลผลิตเสียหาย (ลูกร่วง) รวม 67,200 กิโลกรัมส่วนที่จังหวัดตราด ในพื้นที่ ม.9 ต.ห้วยแร้ง อ.เมือง สวนผลไม้ของเกษตรกรผู้ประสบภัยรวม 3 ราย ได้รับความเสียหาย มีทุเรียนโค่นล้ม พื้นที่ประสบภัยรวมประมาณ 2 ไร่ ผลผลิตเสียหายรวม ประมาณ 7 ตัน ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรลงพื้นที่เพื่อเร่งสำรวจความเสียหาย ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเข้าให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในเบื้องต้น พร้อมทั้งแนะนำเกษตรให้นำผลผลิตทุเรียนที่ได้รับความเสียหายไปทำเป็นปุ๋ยหมักที่สามารถลดต้นทุนการผลิตเพิ่มความอุดสมสมบูรณ์ของดินส่งผลให้ลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้
วาตภัย
สำหรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่มีพื้นที่เพาะปลูกทุเรียนได้รับความเสียหาย เกษตรกรสามารถยื่นแบบแจ้งความจำนงขอรับการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช กับกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต.หรือเทศบาล อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ผู้แทนเกษตรกรที่ประสบภัย เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรประจำตำบลในพื้นที่ เพื่อลงตรวจสอบพื้นที่จริง ซึ่งหลังจากได้รับแจ้งเรื่อง คณะกรรมการอนุกรรมการตรวจสอบความเสียหายระดับหมู่บ้าน ประกอบไปด้วย กำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต.หรือเทศบาล อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ผู้แทนเกษตรกรที่ประสบภัย เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรประจำตำบลจะลงพื้นที่ตรวจสอบ หากพบว่ามีเกษตรกรที่ผ่านหลักเกณฑ์การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2562 ตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2564 กำหนดให้การช่วยเหลือไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ในอัตรา (ไม้ผลไม้ยืนต้น) ในอัตราไร่ละ 4,048 บาท

ทั้งนี้เกษตรกรควรตัดแต่งกิ่งที่แน่นทึบหรือกิ่งที่ไม่ให้ผลผลิตออก เพื่อให้ทรงพุ่มโปร่ง ไม่ต้านลม สำหรับต้นไม้ผลที่อายุมากและมีลำต้นสูง อาจตัดทอนส่วนยอดให้ต่ำลง เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นไม้โค่นล้มง่ายเมื่อถูกลมพายุพัดแรง ขณะเดียวกันควรใช้เชือกโยงกิ่งและต้น เพื่อป้องกันกิ่งฉีกหัก รวมทั้งใช้ไม้ค้ำกิ่งและค้ำต้นเพื่อช่วยพยุงไม่ให้โค่นลงได้ง่าย อย่างไรก็ตาม เกษตรกรสามารถขอความช่วยเหลือและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ได้ ณ สำนักงานเกษตรอำเภอและสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ศูนย์ข่าวกรมส่งเสริมการเกษตร