เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

#เตือนภัย! เพลี้ยจักจั่นฝ้ายในกระเจี๊ยบแดง

04 เมษายน 2565
591
อย่างที่รู้กันว่า "กระเจี๊ยบแดง" ได้กลายเป็นเทรนด์อาหารมาแรงในปี 2022 นี้ ด้วยผลผลิตที่ถูกแปรรูปให้กลายเป็นอาหารและเครื่องดื่มยอดฮิต ไม่ว่าจะเป็น ชา แยม หรือแม้แต่โยเกิร์ต โดยแต่ละอย่างก็จะเน้นไปที่สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ แถมยังมีวิธีการปลูกที่ไม่ยุ่งยาก เพราะต้นกระเจี๊ยบแดงเป็นพืชที่โตเร็ว แต่เกษตรกรผู้ปลูกก็ยังคงต้องเฝ้าระวัง "เพลี้ยจักจั่นฝ้าย" ศัตรูพืชน่ากลัว ที่วันนี้เราจะมาเตือนภัยและรับมือกับมัน

ลักษณะของเพลี้ยจักจั่นฝ้าย

"เพลี้ยจักจั่นฝ้าย" ตัวเต็มวัยมีลักษณะรูปร่างยาวรี มีขนาดตัวประมาณ 2.3-3 มิลลิเมตร ปีกยาวและบาง โดยลักษณะเด่นของเพลี้ยจักจั่นจะอยู่ตรงกลางปีกที่จะมีจุดสีดำ และการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วทั้งกระโดด และบิน ลักษณะของตัวอ่อนจะมีลักษณะเหมือนกับตัวเต็มวัย



ลักษณะของกระเจี๊ยบแดงเมื่อถูกทำลายด้วยเพลี้ยจักจั่นฝ้าย

- ตัวเต็มวัยจะวางไข่เป็นฟองเดี่ยว ตามเส้นใบ หรือก้านใบ ลักษณะของไข่จะมีสีเขียวและโค้งงอ

- เพลี้ยจักจั่นฝ้ายจะเข้าทำลายต้นกระเจี๊ยบแดงตั้งแต่ต้นยังเล็ก ทำให้ต้นไม่สามารถเจริญเติบโตได้

- ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของเพลี้ยจักจั่นฝ้ายจะเข้าไปดูดน้ำเลี้ยงของใบ ทำให้ใบเป็นสีน้ำตาลและมีลักษณะงอ เหี่ยว และแห้งกรอบไปในที่สุด


วิธีป้องกันเพลี้ยจักจั่นฝ้าย

- สำรวจแปลง สวนของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

- หากพบการทำลาย หรือไข่ ให้ทำลายเพื่อลดการระบาด

- หากพบแมลงที่ต้องสงสัย ให้รีบกำจัดทันทีเพื่อลดจำนวนและโอกาสในการวางไข่ หรือปล่อยให้ศัตรูธรรมชาติของเพลี้ยจักจั่นฝ้ายกำจัด เช่น แตนเบียนไข่ แมลงช้างปีกใส แมงมุม เป็นต้น


อากาศร้อน ๆ แบบนี้ ได้ดื่มน้ำกระเจี๊ยบสักแก้วแก้กระหายก็คงจะดีไม่น้อย โดยเฉพาะเกษตรกรท่านใดที่ปลูกต้นกระเจี๊ยบแดงอยู่ ก็เก็บเกี่ยวผลผลิตของตัวเองนำมาทำน้ำกระเจี๊ยบดื่มเพื่อเป็นรางวัลให้ตัวเองสักหน่อย แต่ก็อย่าลืมดูแลสวนของตัวเองให้ปลอดภัยจาก "เพลี้ยจักจั่นฝ้าย" ด้วยนะครับ
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
รักบ้านเกิด : เพลี้ยจักจั่นฝ้าย (Cotton Leafhopper หรือ Cotton Jassids)

สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร