เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

4 สายพันธุ์มะละกอน่าปลูก ปลูกกินก็ได้ ปลูกขายก็รุ่ง

20 มกราคม 2565
741
จากสถานการณ์ราคาผักที่ปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉพาะราคามะละกอที่เพิ่มแบบก้าวกระโดด 3-4 เท่า โดยถุงบรรจุ 10 กก. จากราคา 60-70 บาท พุ่งเป็น 220-300 บาท ถือเป็นโอกาสดีของชาวสวนมะละกอ และหากใครสนใจที่จะปลูกมะละกอในตอนนี้เรามีสายพันธุ์มะละกอมาแนะนำ
สำหรับสายพันธุ์มะละกอที่แนะนำให้ปลูกมีดังนี้
1.มะละกอแขกดำศรีสะเกษ สามารถนำมาบริโภคได้ทั้งดิบและสุก เป็นมะละกอที่ให้ผลผลิตดกและติดผลไว ถ้ามีการบำรุงรักษาที่ดีจะให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อต้น ประมาณ 50 กิโลกรัม/ปี และให้ผลผลิตสูงกว่ามะละกอแขกดำที่มีปลูกอยู่ทั่วไป


2.มะละกอครั่ง เหมาะที่จะใช้เป็นมะละกอเพื่อการทำส้มตำ เนื่องจากเนื้อมีสีขาวขุ่น กรอบและหวาน ถ้าปล่อยให้ผลสุกเนื้อจะมีสีเหลืองอมส้ม รสชาติหวาน แต่จะเก็บเกี่ยวให้มีรสชาติอร่อยจะต้องเก็บที่ความแก่ 50 เปอร์เซ็นต์ คือผลมีสีเหลืองประมาณครึ่งผล หลังจากที่เก็บผลลงมาแล้ว ทิ้งไว้เพียง 1 คืน นำมาบริโภคได้เลย หากทิ้งไว้เกิน 3 วัน เนื้อจะเละ


3.มะละกอขอนแก่น 80 มีความทนทานต่อโรคจุดวงแหวนได้ดี ถึงแม้จะแสดงอาการเหลืองด่างที่ใบ แต่ไม่มีอาการที่ผล มีผลขนาดเล็ก รับประทานสุกอร่อย เป็นพันธุ์ที่เหมาะกับการแนะนำให้เกษตรกรปลูกเพื่อการค้า ขายในประเทศ และเพื่อการส่งออก


4.มะละกอเรดแคริเบียน ขนาดผลคล้ายกับมะละกอเรดมาราดอล์ หรือมะละกอฮอลแลนด์แต่มีขนาดของผลใหญ่กว่ามาก (ขนาดผลใหญ่กว่าเท่าตัว) น้ำหนักผลเฉลี่ย 3-5 กิโลกรัม เนื้อหนามาก ผลสุกมีสีแดงส้มและรสชาติหวาน กลิ่นหอม และมีเนื้อหนา สีสวย เหมาะแก่นำไปแปรรูปบรรจุกระป๋อง


ทั้งนี้มะละกอสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินเกือบทุกชนิด แต่จะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในดินที่ร่วนซุยมีการระบายน้ำที่ดี เช่น ดินร่วนปนทราย หากพื้นที่เป็นดินเหนียวหรือดินทราย ควรมีการปรับปรุงดินให้มีความร่วยซุย เพราะมะละกอเป็นพืชที่ไม่ทนต่อสภาพน้ำขังแฉะโดยเฉพาะถ้าต้นมะละกอยังเล็ก แล้วมีน้ำขังมากๆ ต้นมะละกออาจจะชะงักการเจริญเติบโตและอาจถึงตายได้

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ไทยรัฐ : https://bit.ly/3nCVf16
เทคโนโลยีชาวบ้าน : https://bit.ly/3fAHXxt