เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
ชู BCG ดันรายได้ ยกระดับมาตรฐานเกษตรกร
25 กรกฏาคม 2564
351
เกษตรฯ ตั้งเป้าตามแผน BCG โมเดลวาระแห่งชาติ ดันประเทศไทย สู่ 3 สูง "ประสิทธิภาพสูง มาตรฐานสูง และ รายได้สูง"
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผย ว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2564 เห็นชอบให้การขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy)หรือ BCG Model ซึ่งเป็นโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่ ปี 2564 เป็นต้นไปนั้น

ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีแต่งตั้งคณะกรรมการ BCG Model ด้านการเกษตร โดยมีนายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน เพื่อกำหนดแนวทาง มาตรการ และกลไกการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ปี 2564 - 2570 ที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร รวมทั้งวางระบบการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนภาคการเกษตรด้วย BCG Model มีเป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรของประเทศไทยสู่ 3 สูง คือ ประสิทธิภาพสูง มาตรฐานสูง รายได้สูง ด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมผสานภูมิปัญญา ยกระดับผลผลิตเกษตรสู่มาตรฐานสูง ครอบคลุมทั้ง ด้านคุณภาพ โภชนาการ ความปลอดภัย และระบบการผลิตที่ยั่งยืน ให้การทำการเกษตรเป็นอาชีพที่สร้างรายได้สูง มีผลิตสินค้าเกษตร พรีเมียม สินค้าเชิงนวัตกรรมที่หลากหลาย กำหนดราคาขายได้ตามคุณภาพของผลผลิตเกษตร อันจะส่งผลให้ GDP ภาคเกษตรเติบโตอย่างสมดุลและมีเสถียรภาพ รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้น เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรการเกษตรอย่างสมดุลและยั่งยืน

นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า แนวทางการพัฒนาภาคการเกษตรด้วย BCG Model จะดำเนินการใน 4 แนวทาง ได้แก่ แนวทางที่ 1. อนุรักษ์และใช้ทรัพยากรทางการเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน

แนวทางที่ 2 .ส่งเสริมเกษตรสมัยใหม่ การผลิตสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง แนวทางที่ 3. พัฒนาเกษตรกรมืออาชีพและเสริมสร้างความเชี่ยวชาญของบุคลากรภาครัฐ และ แนวทางที่ 4. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะคัดเลือกโครงการและกิจกรรมของหน่วยงานต่าง ๆ ในปีงบประมาณ 2565 ที่สอดคล้องกับกรอบการดำเนินงาน BCG Value Chain ภาคการเกษตร ภายใต้หลักการตลาดนำการผลิต

พร้อมให้หน่วยงานระดับกรม จัดทำโครงการที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อน BCG ภาคการเกษตร เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2566 - 2570 รวมทั้งการขับเคลื่อนในระดับจังหวัดต่อไป

"ขณะนี้ กระทรวงเกษตรฯและสหกรณ์ ได้คัดเลือกจังหวัดนำร่อง 5 จังหวัดเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งกำหนดชนิดของสินค้า ประกอบด้วย จังหวัดราชบุรี มีสินค้ามะพร้าวน้ำหอม อ้อย สุกร และ โคนม จังหวัดลำปาง สินค้าข้าวเหนียว และไผ่ จังหวัดขอนแก่น สินค้าอ้อย และหม่อนไหม จังหวัดจันทบุรี สินค้าทุเรียน และมังคุด และจังหวัดพัทลุง สินค้าข้าว"

นอกจากนี้ ยังได้จัดทำ BCG Value Chain ของสินค้าเป้าหมาย เร่งสร้างการรับรู้จากหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมจัดทำแผนเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ยกระดับผลผลิตทางการเกษตร จากการผลิตมากแต่สร้างรายได้น้อย (More for Less) ไปสู่การผลิตสินค้า พรีเมี่ยม ที่ผลิตน้อยแต่สร้างรายได้มาก (Less for More) เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่เป้าหมายของการเป็นประเทศที่มีรายได้สูง และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกัน

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ขอบคุณ : กรุงเทพธุรกิจ https://bit.ly/36QLAv5